หน้าแรก ภูมิภาค จนท.เขตรักษาพ...

จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปะทะกลุ่มพรานลักลอบล่าสัตว์ ยิงดับไป 1 จับเป็น 1

12.11.17 | 09:57 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุด ฉก.พญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปยังบริเวณกลางป่าลึก ห่างหน่วยพิทักษ์ป่าภิกขุกว่า 10 กม. พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านทิศตะวันตก บริเวณบ้านห้วยเสือ หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งจากนายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านทิศตะวันตกว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนหน่วยพิทักษ์ป่าภิกขุยิงปะทะกับกลุ่มพรานป่าที่ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่า โดยมีนายวัลลภ พิสุทธิ์พิเชษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านทิศตะวันตก พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ เข้าตรวจสอบเหตุในพื้นที่


ในที่เกิดเหตุพบศพนายเทวัญ บำรุงเชื้อ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/9 หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นอนคว่ำเสียชีวิตอยู่บริเวณข้างลำธารลำคลองงู สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดที่บริเวณขมับด้านซ้าย 1 แผล กระสุนฝังใน สภาพศพนอนเสียชีวิตทับปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก สะพายสัมภาระเดินป่าที่หลัง และเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายมูเซอ ไม่มีนามสกุล ชาวพม่า อายุ 35 ปี พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าหลายชนิด ประกอบด้วย 1.กบทูด 24 ตัว รวมน้ำหนักกว่า 5 กก. 2.ซากเม่นหางพวงชำแหละแล้ว 2 ซาก 3.ชะมดแผงหางปล้องชำแหละแล้ว 2 ซาก พร้อมอาวุธปืนแก๊ปยาว 2 กระบอก และอุปกรณ์ยังชีพในป่าอีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีคนร้ายหลบหนีไปได้ 1 คน คือ นายเอ ไม่มีนามสกุล ชาวกะเหรี่ยง

นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯกับพรานจนเป็นเหตุให้พรานเสียชีวิต 1 ราย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯจึงสั่งการให้ตนลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลทั้งผู้สูญเสียรวมทั้งเจ้าหน้าที่ โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเบื้องต้นทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่จำนวน 4 นายกำลังเดินลาดตระเวนอยู่ใจกลางผืนป่า พร้อมอาวุธประจำกายเพียง 2 นายเท่านั้น ได้พบเห็นพรานจำนวน 3 คน มีอาวุธปืนคนละกระบอกกำลังล่าสัตว์ป่าอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวจับกุม แต่พรานได้พยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้า ในขณะเดียวกันพรานก็ได้ยิงสวนกลับมา เจ้าหน้าที่จึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้าอีกหนึ่งนัดเพื่อให้หยุดต่อสู้ โดยในช่วงที่เกิดการปะทะฝ่ายพรานป่าได้ยิงสวนกลับมาเพื่อต่อสู้เช่นกัน หลังจากเหตุการณ์สงบ พบชายไม่ทราบชื่อนอนคว่ำหน้าเสียชีวิต 1 คน อีกหนึ่งคนยอมให้จับกุม ส่วนอีกคนสามารถหลบหนีการจับกุมไปได้

ทั้งนี้พื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นป่าลึกต้องเดินเท้ากว่า 6 ชม. จึงประสานกองการบินกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเฮลิคอปเตอร์พร้อมเสบียงอาหารไปให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งลำเลียงศพและผู้ต้องหาออกจากผืนป่า สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นก็รู้สึกเสียใจเมื่อมีการสูญเสียชีวิต แต่อยากวิงวอนชาวบ้านขออย่าได้เข้าไปล่าสัตว์ป่าหรือตัดไม้ทำลายป่า เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ส่วนในเรื่องศพของผู้เสียชีวิตจะได้ส่งไปตรวจพิสูจน์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิพงศ์เผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ตายถูกกระสุนปืนที่บริเวณศีรษะด้านซ้ายกระสุนฝังในเสียชีวิต ก็จะต้องส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวช จ.ราชบุรี ว่าเป็นกระสุนชนิดใด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยาวเอชเคและปืนลูกซองยาว จึงต้องตรวจพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเป็นกระสุนเจ้าหน้าที่หรือจากกลุ่มนายพรานกันเอง จากการสอบสวน นายมูซอสารภาพว่า ร่วมกับนายเทวัญ เพื่อนที่เสียชีวิต และนายเอ ที่หลบหนีไป ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าตั้งแต่วันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะกำลังจะเดินทางกลับบ้านได้พบกับเจ้าหน้าที่จึงเกิดการปะทะยิงต่อสู้กันดังกล่าว