เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นางสมหมาย สั้นวันดา อายุ 55 ปี เกษตรกรชาวสวนข้าวโพด บ้านปางเกลือ หมู่ 4 ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เกือบจะ 2 ปีแล้วที่เกษตรกรชาวสวนที่ปลูกข้าวโพดจำนวน 30 ราย ในพื้นที่หมู่ 4 และ 7 ต.น้ำไคร้ ที่ถูกนางเกวลินธนศร ขวานา หรือชาวบ้านเรียกว่า เจ้กุ้ง ชาว อ.น้ำปาด ไปเช่าลานตากสินค้าของสหกรณ์การเกษตร อ.น้ำปาด เพื่อรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร ช่วงแรกก็จ่ายเงินค่าข้าวโพดดีตรงตามเวลา แต่ระยะหลังอ้างว่าบริษัทที่ขายข้าวโพดยังไม่โอนมาให้ขอผัดผ่อนไปก่อน หากเงินโอนมาก็จะรีบนำมาจ่าย แต่ผ่านไปกว่า 1 เดือน พยายามทวงถามหลายครั้งนางเกวลินธนศรก็ไม่ยอมจ่ายให้ รวมเป็นเงินที่ไม่ได้รับเงินมากกว่า 1.6 ล้านบาท
นางสมหมายกล่าวว่า หลังทราบว่าชาวสวนโดนโกงเงินค่าข้าวโพดแน่นอนแล้ว จึงพยายามจะไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ แต่ถูกอดีตนายอำเภอน้ำปาด และเจ้าหน้าที่ทหารสั่งห้ามไว้ไม่ให้ไปร้องเรียน เพราะเกรงว่าจะถูกผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ขณะนั้นตำหนิเอา เพราะไม่สามารถจัดการปัญหาให้ชาวบ้าน แต่ทางอำเภอก็ไม่ดำเนินการอะไรให้ จึงรวมตัวกันแจ้งความกับนางเกวลินธนศร และศาลได้ตัดสินแล้วให้จำคุกนางเกวลินธนศร 15 เดือน แต่นางเกวลินธนศรกลับไม่ติดคุกแต่อย่างใด เกรงว่าเงิน 1.6 ล้านบาทจะไม่ได้คืน และจะต้องนำเงินที่กู้จากสหกรณ์การเกษตร อ.น้ำปาด ที่เยียวยาปล่อยกู้ 5 ปีไม่มีดอกเบี้ย หากเกินกว่านี้จะต้องเสียดอกเบี้ยและหากไม่คืนก็จะถูกฟ้องร้องอีกด้วย
“ชาวสวนผู้ปลูกข้าวโพดทั้ง 30 ราย ไม่ต้องการอะไร ต้องการเพียงได้เงินค่าข้าวโพดรายละ 10,000 บาท จนถึง 100,000 บาท เพราะเงินจำนวนนี้จะต้องนำไปคืนที่กู้มาจากสหกรณ์การเกษตร อ.น้ำปาด และนำมาใช้จ่ายส่งลูกหลานเรียนหนังสือ แต่วันนี้ไม่มีเงินที่จะนำไปคืนสหกรณ์ จึงทำให้เดือดร้อนมาก จึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาเยียวยาเรื่องนี้บ้าง” นางสมหมายกล่าว

