หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านร้องบึ...

ชาวบ้านร้องบึงกะโล่ 7.5 พันไร่แห้ง! เหตุม.ดังเมืองอุตรดิตถ์สูบไว้ใช้ภายใน

17.03.16 | 12:10 น.
วันที่ 17 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์หอมเพียร กำนัน ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้รับการร้องเรียนจากชาว ต.ป่าเซ่า และ ต.คุ้งตะเภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ ว่า บึงกะโล่ ที่มีพื้นที่ครอบคลุม 2 ตำบลดังกล่าวมีพื้นที่ราว 7,500 ไร่เศษ เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่สุดใน จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งชาวบ้านเข้าไปหากินทั้งการอาศัยสูบน้ำเพื่อทำการเกษตร ตกเบ็ด ทอดแหหาปลามากินและขายเลี้ยงครอบครัว เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลายชนิดนั้นกลับลดฮวบลงอย่างมาก จึงได้ลงพื้นที่สำรวจตามที่ร้องเรียน
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทุกปีแม้จะเป็นช่วงฤดูแล้งหนักหรือแล้งน้อยก็ตาม แต่น้ำจืดในบึงกะโล่ยังคงหล่อเลี้ยงสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งคนและสัตว์ต่างอาศัยหากินน้ำไม่เคยแห้งแล้งเหมือนกับปีนี้ หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า สาเหตุที่ทำให้น้ำแห้งมากสุดมานั้น เป็นเพราะมหาวิยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ที่ขยายวิทยาเขตมาอยู่ในบึงกะโล่ มีการขุดสระอย่างน้อย 2-3 ลูกไว้ในบริเวณของมหาวิทยาลัย ก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งหนักมหาวิทยาลัยทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากภายนอกที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเก็บไว้ในสระ ภายในมหาวิทยาลัยมีน้ำที่สมบูรณ์ สระเก็บน้ำทุกลูกเต็มไปด้วยน้ำ แต่รอบมหาวิทยาลัยกลับแล้ง
201603171118092-20021028190440
“ปริมาณน้ำภายในมหาวิทยาลัยกับรอบๆ มหาวิทยาลัยต่างกันโดยสิ้นเชิง ทำให้ประชาชนที่อาศัยน้ำเพื่อทำการเกษตรและหาปลาเดือดร้อนมาก เนื่องจากคลองรอบๆ บึงรวมทั้งน้ำภายในบึงลดระดับลงอย่างน่าใจหาย การเข้ามาของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ซึ่งเหมือนกับการมาอาศัยอยู่ภายหลัง นอกจากจะทำลายสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านทั้ง 2 ตำบลเคยรักษากันมานานแล้ว ยังทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงมาก โดยเฉพาะน้ำทุกปีที่เคยมีอย่างอุดมสมบูรณ์ แต่ปีนี้ความเห็นแก่ตัวของมหาวิทยาลัยที่สูบน้ำไปเก็บไว้ใช้ส่วนตัว แต่ทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้” นายสมศักดิ์กล่าว