แกนนำยางใต้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง “บิ๊กตู่” ขอเข้าพบเพื่อยื่นข้อเสนอแก้วิกฤตยางเพียง 5 นาทีที่ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 19 พฤศจิกายน นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) เปิดเผยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ขณะนี้ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกในนามชาวสวนยางรายย่อย คนกรีดยาง และชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ยื่นถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อนำชาวสวนยางข้าพบนายกรัฐมนตรีโดยใช้เวลาเพียง 5 นาที จากนั้นจะพูดคุยและยื่นข้อเสนอ พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตยางพาราไทยอย่างยั่งยืน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ เวลา 09.00 ที่ทำเนียบรัฐบาล จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำเป็นวิกฤตยางพาราไทย หลังจากที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีจะอ้างปัญหาจากหลายสาเหตุ
“นายกรัฐมนตรีจะต้องไม่ฟังความข้างเดียวจากข้าราชการที่ปกปิดความผิดของตัวเองด้วยการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน สำหรับปัจจัยที่ทำให้ราคายางพาราตกต่ำ ตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวมีส่วนที่ถูกต้องแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสาเหตุสำคัญเกิดจากการบริหารงานที่ล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รวมทั้งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การทุบราคายางโดยพ่อค้า โดยเฉพาะในตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ปั่นราคายางให้ขึ้นลงเหมือนตลาดหุ้น และนำไปสู่การเคลื่อนไหวของเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้ผู้ว่าและบอร์ดการยางแห่งประเทศไทยทบทวนการทำงานและแสดงความรับผิดชอบ”
นายสุนทรกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาวิกฤตยางพาราไทยอย่างยั่งยืน สมาคมเกษตรกรชาวสวนยางฯได้เสนอแนวทางต่อ กทย.มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือและไม่ได้รับการตอบสนอง เช่น ปัญหาชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะมีคำแนะนำให้การยางแห่งประเทศไทยรับขึ้นทะเบียนชาวสวนยางชายขอบเป็นเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรา 4 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย ทาง กยท.ก็เพิกเฉย ส่วนการซับน้ำตาชาวสวนยางด้วยกองทุนสวัสดิการเกษตรกรชาวสวนยางตามมาตรา 4 (5) กยท.ก็อ้างว่า ติดขัดข้อกฎหมายทั้งๆ ที่เป็นข้อเสนอจากที่ประชุมเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ
“ประการสำคัญที่สุดคือ สมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้พยายามเรียกร้องให้มีกลยุทธ์ในการยกระดับรายได้ และคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 โดยให้บรรจุในยุทธศาสตร์ยางพารา 20 ปี แต่ กยท.ก็ไม่มีความจริงใจและความตั้งใจในการทำ โดยขาดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน เช่น รูปแบบการเปลี่ยนสวนยางเชิงเดี่ยวเป็นป่ายางที่มีสมดุลนิเวศน์และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การทำเกษตรอินทรีย์ในสวนยางและการทำเกษตรผสมผสานอื่นๆ เพื่อลดต้นทุน สร้างเสริมรายได้ และเสริมสร้างสุขภาวะชาวสวนยาง” นายสุนทรกล่าว

