เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มีนาคม นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรับมือและแก้ไขสถานการณ์การเกิดปัญหาภัยแล้งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภคในพื้นที่เขตชุมชนเมืองชั้นใน โดยจากข้อมูลของเขื่อนอุบลรัตน์ พบว่าปัจจุบันเขื่อนมีปริมาณน้ำเหลืออยู่ที่ 612.23 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 28 ของความจุอ่าง และมีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้อยู่เพียง 30.96 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 1.67 เท่านั้น โดยมั่นใจว่าระดับน้ำที่เหลืออยู่ จะมีการบริหารจัดการสำหรับการอุปโภคและบริโภคตลอดทั้งช่วงฤดูแล้งปีนี้อย่างเพียงพอ ซึ่งยังคงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการร่วมใช้น้ำอย่างประหยัด
“ขอนแก่นได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้ง โดยมีการประสานหน่วยงานทุกภาคส่วน เร่งแก้ไขปัญหา วางแผนจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และมาตรการรองรับกรณีแหล่งน้ำดิบไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ให้จังหวัดใช้กลไก”ประชารัฐ” สร้างความเข้าใจสถานการณ์น้ำ ความจำเป็นในการควบคุมกิจกรรมการใช้น้ำ ของภาครัฐ เพื่อจัดสรรการใช้น้ำอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม รวมถึงรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำให้เหมาะสม โดยวางแผนการใช้น้ำที่มีปริมาณจำกัดให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำ เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่ภาครัฐกำหนด ซึ่งจะทำให้ มีน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง” นายกำธรกล่าว

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น กล่าวว่า พบประชาชนในเขตเมืองปัจจุบันมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้น แต่น้ำดิบสะสมสำหรับผลิตประปาเข้าขั้นวิกฤต โดย เขตอำเภอเมืองขอนแก่น มีผู้ต้องการใช้น้ำเป็นจำนวน 92,914 ราย ใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจำนวน 110,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งเป็นน้ำจากลำน้ำพอง เขื่อนอุบลรัตน์ และแม่น้ำชี มาผลิตเป็นน้ำประปา หากคิดรวมความต้องการใช้น้ำของชาวขอนแก่นทั้งจังหวัด จะทำให้ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่ใช้น้ำมากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ รองจากกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ชลบุรี และสมุทรสาคร ซึ่งจากข้อมูลของการประปาส่วนภูมิภาค ที่ยืนยันว่าปริมาณน้ำดิบสะสมในเขื่อนอุบลรัตน์ สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 11 เมษายน 2559 เท่านั้น และหากประชาชนยังมีความต้องการใช้น้ำปริมาณเท่าเดิม คาดว่าภายหลังวันที่ 11เมษายนนี้ การประปาส่วนภูมิภาค จะต้องนำน้ำก้นเขื่อนมาผลิตเป็นน้ำประปาแทน โดยปกติน้ำก้นเขื่อนหรือน้ำก้นอ่าง ทางเขื่อนจะกักเก็บไว้เป็นน้ำสำรองเพื่อรักษาระบบนิเวศและความปลอดภัยของตัวเขื่อนเท่านั้น ซึ่งใช้ครั้งล่าสุดเมื่อวิกฤตการณ์ภัยแล้งปี 2536 แต่ในปีนี้แล้งหนักถึงขั้นนำน้ำก้นเขื่อนมาผลิตเป็นประปาให้ชาวขอนแก่นใช้อีกครั้ง แต่ไม่นิยมมากนักเพราะมีตะกอนมาก ทำให้เป็นภาระในการผลิตน้ำสะอาด
“ สำหรับการจัดงานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคน และถนนข้าวเหนียว ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 15 เมษายนนี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมากยิ่งขึ้น เทศบาลนครขอนแก่น ในฐานะผู้จัดงาน ได้กำหนดแนวทางของการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบ “ซิดแทนสาด ช่วยชาติประหยัดน้ำ” ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ใช้น้ำเล่นสงกรานต์อย่างเคารพธรรมชาติ โดยใช้ขวดซิดน้ำแทนการใช้ขันสาดน้ำ “ซิด” มาจากภาษาอีสาน หมายถึง สะบัด หรือแกว่ง การใช้ขวดซิดน้ำ จึงหมายถึงการสะบัดน้ำออกจากขวด ถือเป็นวิธีการเล่นน้ำที่ประหยัดมากกว่าการใช้ขันสาดน้ำ อีกทั้ง จะงดการนำถังน้ำขนาด 200 ลิตร ไปตั้งบริการตามจุดต่างๆ เพื่อลดการใช้น้ำ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว ยังคงความสนุกสนานและสามารถประหยัดน้ำได้อีกด้วย” นายธีระศักดิ์กล่าว

