หน้าแรก ภูมิภาค ผอ.สำนักพุทธภ...

ผอ.สำนักพุทธภูเก็ตยันไม่มีโบสถ์ปลอม หลังโซเชียลแห่โพสต์ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบพรุ่งนี้

23.11.17 | 16:04 น.

จากกรณีเฟสบุ๊คส่วนตัวของ ม.จ.จุลเจิม ยุคล Chulcherm Yugala ได้โพสต์ภาพภายในวัดแห่งหนึ่งพร้อมข้อความระบุว่า “มีการหากินกันแปลกๆ ขอให้ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาช่วยซึ่งอ้างว่ามีการสร้างโบสถ์ปลอมในพื้นที่วัดสัฏวนาราม ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งสร้างใหม่โดยพ่อค้าจีน รับเฉพาะ tour จีน มีการขายพระปลอมเลี่ยมทองในราคาสูง รวมถึงสิ่งของต่างๆ ที่จำหน่ายภายในวัดก็มีราคาสูงและระบุอีกว่าปัจจุบันในภูเก็ตมีไม่น้อยกว่า 3 แห่ง


ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพูดคุยกับนายวิญญา ปลัดขวา ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ถึงกรณีดังกล่าว โดยผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ตามโซเชียลและสื่อต่างๆ ว่า ที่วัดลัฎฐิวนาราม หรือวัดใต้ ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีการสร้างโบสถ์ปลอมเพื่อใช้เป็นสถานที่ให้นักท่องเที่ยวจีนเข้าไปไหว้และเช่าบูชาพระนั้น ยืนยันว่าจุดนั้นไม่ใช่โบสถ์ เป็นเพียงอาคารหรือเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างที่มีภายในวัด ซึ่งโบสถ์จริงของวัดก็มีแต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับส่วนที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ส่วนการจัดให้มีทัวร์จีนเข้ามาภายในวัดนั้นเป็นเรื่องการบริหารจัดการของวัดซึ่งตนสอบถามไปยังเจ้าอาวาสเบื้องต้นทราบว่า พื้นที่ตรงนั้นทางวัดได้จัดให้มีผู้เข้ามาเช่าในลักษณะสัญญาปีต่อปี โดยวัตถุประสงของผู้เช่าเพื่อเปิดใช้เป็นสถานที่เช่าวัตถุมงคล กรณีการนำที่ดินของวัดไปให้เอกชนเช่าสามารถกระทำได้ เพราะวัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ แต่ทางสำนักพุทธก็มีอำนาจในการตรวจสอบสัญญาการให้เช่าได้ว่าทำตามหลักหรือไม่ เท่านั้นที่ทำได้ซึ่งการเช่าพื้นที่วัดนั้นหากสัญญาเช่าครั้งละไม่เกิน 3 ปี เจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจให้เช่าได้เลยแต่ถ้าเช่าเกิน 3 ปีต้องมีคณะกรรมการบริหารศาสนสมบัติส่วนกลางเข้ามาพิจารณาซึ่งในส่วนของวัดใต้นั้นเป็นสัญญาเช่าปีต่อปีเจ้าอาวาสสามารถตัดสินใจได้เลย ส่วนกรณีมีการจำหน่ายสินค้าหรือให้เช่าวัตถุมงคลราคาสูงนั้น ไม่อยู่ในอำนาจสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสมยอมราคากันเองของผู้ซื้อและผู้ขาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทางผู้โพสต์ข้อมูลผ่านทางโซเซียล เช่น การนำวัตถุมงคลปลอม การไม่ให้คนไทยเข้าไปภายในพื้นที่ซึ่งมีการเช่าไว้นั้นรวมถึงประเด็นอื่นๆ ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ตจะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ 24 พ.ย. หากพบส่วนไหนกระทำผิดจริงก็จะดำเนินตามระเบียบกฎหมายต่อไป