เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 น.ส.แววตา ตันเทิดทิตย์ คณะกรรมการจัดระเบียบสังคม จ.อุดรธานี พร้อมนักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.อุดรธานี เดินทางไปยังบ้านของนางเอ (นามสมมุติ) หลังจากร้องเรียนว่า ด.ญ.แดง ลูกสาว อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 ร.ร.แห่งหนึ่งเขตเทศบาลนครอุดรธานี ถูกครูประจำชั้นใช้ไม้กวาดตีจนฝ่ามือบวม ไปหาหมอที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานีเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา และขณะนี้ลูกสาวปวดข้อมือ ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะกลัวว่าจะถูกครูประจำชั้นตีอีก
คณะกรรมการจัดระเบียบสังคมอุดรธานี พร้อมนักสังคมสงเคราะห์ ได้พบกับนางเอและบุตรสาว สอบถามทราบว่าบุตรสาวถูกครูประจำชั้นลงโทษจนบาดเจ็บบริเวณข้อมือด้านขวา ยังคงมีผ้าก๊อซที่หมอจาก รพ.ศูนย์อุดรธานี ตรวจรักษาและพันไว้ให้ โดยเด็กมีอาการฝ่ามือบวม แพทย์ลงความเห็นว่ากล้ามเนื้ออักเสบไม่สามารถกำมือได้ ต้องทำการรักษาระยะหนึ่ง อาการจึงจะหายเป็นปกติ ไม่ได้ระบุว่าจะต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน
แม่ของเด็กเปิดเผยว่า เมื่อเที่ยงวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่าได้ถูกครูประจำชั้นซึ่งเป็นผู้ชายทำโทษ ด้วยการใช้ด้ามไม้กวาดตีที่ฝ่ามือจนมือบวม เมื่อได้ยินรู้สึกตกใจมากจึงรีบไปรับลูกสาวกลับบ้าน เมื่อเห็นมือบวมจึงพาไปหาหมอที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี ลูกสาวเล่าสาเหตุถูกทำโทษว่า ลมพัดหลอดดูดนมปลิวลงจากโต๊ะ ครูหาว่าเพราะเด็กแย่งหลอดกัน แล้วถามว่าใครกินนมให้ออกมา มีเด็ก 10 คนรวมทั้งบุตรสาวถูกทำโทษตีมือทุกคนด้วยไม้กวาด

“ได้ติดต่อไปยัง ผอ.โรงเรียน แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้น ผอ.บอกว่าได้เรียกครูมาสอบถามแล้ว ยอมรับว่าได้ทำโทษนักเรียนจริง แต่ตอนนั้น ผอ.ขอให้พูดคุยกันได้หรือไม่ แต่ก็บอกไปว่าครูคนนี้ทำโทษนักเรียนรุนแรงแบบนี้หลายครั้งแล้ว จะไม่ยอมในเรื่องนี้ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อมวลชนมาดูข้อเท็จจริง และจะเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับครูคนนี้ ซึ่งยังมีเพื่อนนักเรียนอีกหลายคน”
ด.ญ.แดงเล่าว่า ยังมีอาการปวดมือที่ถูกตีอยู่ ไม่สามารถกำมือได้เหมือนเดิม ตั้งแต่ถูกตีก็ไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่อยากไปโรงเรียนอีก กลัวครูจะทำโทษอีก เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมาแล้วครูจะทำโทษนักเรียนบ่อย จนถูกทำโทษหมดทุกคนแล้ว และยังมีเพื่อนอีกหลายคนก็ไม่อยากไปโรงเรียนเหมือนกัน
ต่อมา เวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พ่อ-แม่ของ ด.ญ.แดงเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กุศล สิทธิขันแก้ว สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีกับครูประจำชั้น โดยระบุว่า ไม่ต้องการค่ารักษาพยาบาล ต้องการแค่ให้ย้ายครูออกจากโรงเรียน ให้อยู่ห่างจากลูกและเด็กนักเรียน เพราะเด็กๆ กลัว ไม่กล้าไปโรงเรียน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เดือนพฤษภาคมลูกเคยถูกครูคนนี้ตบหูจนแก้วหูอักเสบ พาลูกไปหาหมอรักษาอยู่ 1 สัปดาห์จึงหาย ครั้งนั้นไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี แต่ครั้งนี้จะไม่ยอมอีกแล้ว
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงเรียนเพื่อพบกับนายพิบูลย์ สิทธิมงคล ผอ.โรงเรียน ได้รับคำชี้แจงว่า รับทราบเรื่องแล้ว และได้เรียกครูคนดังกล่าวมาพบเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น เบื้องต้นครูคนดังกล่าวเป็นครูประจำชั้น ป.4 สอนวิชาสังคมศึกษา ซึ่งยอมรับว่าได้กระทำการลงโทษนักเรียนจริง เป็นการใช้ด้ามไม้กวาดตีเด็ก แต่บอกว่าไม่ได้ทำรุนแรง โดยจะยังไม่ย้ายครูคนนี้ไปไหน เพราะจะเกษียณอีกไม่ถึง 1 ปีนี้แล้ว และนายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศมนตรีนครอุดรธานี ได้สั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว

จากนั้นนายพิบูลย์ได้เชิญตัวครูมาพบพูดคุยกับผู้สื่อข่าว ยอมรับว่าได้ลงโทษนักเรียนจริง โดยการใช้ด้ามไม้กวาดตีไปที่ฝ่ามือเด็กหลายคน เนื่องจากพากันเล่นซุกซนจนทำนมและหลอดใส่นมหกเต็มพื้นห้อง นอกจากนี้ บางครั้งเด็กๆ ก็ไม่สนใจการเรียน มัวแต่เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ ส่วนการสอบวินัยหรือการลงโทษนั้นก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะเห็นสมควร
นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายกเทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากได้รับรายงานเบื้องต้น ได้มีคำสั่งให้ ผอ.สำนักการศึกษาเทศบาลนครอุดรธานี ลงไปติดตามเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในส่วนของการแจ้งความก็เป็นหน้าที่ตำรวจ ส่วนเราจะตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง ระหว่างการสอบสวนให้มีคำสั่งให้ครูคนนั้นมาประจำสำนักงาน ไม่ให้ไปสอนหนังสือเด็กเด็ดขาด ส่วนจะประจำที่ไหน อยู่ที่ความเหมาะสมของ ผอ.สำนักการศึกษาฯ

