หน้าแรก ภูมิภาค อบต.ทุ่งคอก ส...

อบต.ทุ่งคอก สุพรรณ วูบคารถดับหน้าบ้าน แม่คาดเครียดขาดทุนขายสลากกินแบ่งฯซ้ำซาก

24.11.17 | 22:03 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ปัญญา อยู่พิทักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจาก นางประคอง จินดาวัฒนกิจ อายุ 60 ปี ว่ามีผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ ที่หน้าบ้านในอำเภอสองพี่น้อง จึงรุดไปตรวจสอบ ภายในรถ พบศพ นายนิคม จินดาวัฒนกิจ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งมีตำแหน่งเป็น สมาชิก อบต.ทุ่งคอก เสียชีวิตคาพวงมาลัย จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง


จากการสอบสวน นางประคอง จินดาวัฒนกิจ อายุ 60 ปี ผู้เป็นแม่ ให้การว่า นายนิคม ลูกชาย หลังขับรถออกไปทำธุระนอกบ้าน จากนั้นก็ ได้ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านอยู่นาน ตนเห็นว่าผิดสังเกต จึงใช้มือเคาะกระจก แต่ก็เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับ จึงรีบไปเปิดประตูรถ พบ นายนิคม ลูกชายนอนแน่นิ่งหายใจรวยริน จึงร้องขอความช่วยเหลือจากญาติ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกัน เข้ามาช่วยเหลือด้วยการผายปอด ต่อด้วยการปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตลูกชายให้กลับมาได้ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากความเครียด จนวูบเพราะลูกชายป่วยมีโรคประจำตัวทั้ง ความดันเบาหวาน โรคหัวใจ

และ ที่ผ่านมา นายนิคม ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก อบต.ทุ่งคอก โดยเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านในละแวกนี้ และก็มีอาชีพหลัก ในการขายหวยรัฐบาล คู่กับ ภรรยา โดยก็มีลูกๆ อีก 3 คน ซึ่งในระยะหลังๆ ลูกชายมักบ่นให้ฟังเสมอว่า เครียดมากเนื่องจากขายหวยขาดทุน เพราะทั้งรัฐบาล และกองสลากฯ เรียกเก็บเงินจองก่อน ส่วนการเบิกจ่ายหวยก็เป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้เดินขายไม่ทัน ขายเกินราคา ก็ถูกตำรวจจับอีก จนโดนยึดโควต้าที่มีอยู่ไป ทำให้ขายหวยขาดทุนมาโดยตลอด ต้องมาหยิบยืมเงินตนครั้งละเกือบแสนบาทเป็นประจำ คาดว่าคงเกิดความเครียดสะสม จนเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตครั้งนี้ด้วย

ด้าน ร.ต.อ.ปัญญา อยู่พิทักษ์ รอง สว.(สอบสวน) เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นายนิคม เสียชีวิต จากการเกิดอาการเครียดวูบหน้ามืดเป็นลม หรือ อาจหัวใจวายโดยเฉียบพลัน เนื่องจากป่วยมีโรคประจำตัวทั้ง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ จึงทำให้เสียชีวิตดังกล่าว โดยทางญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต แต่อย่างก็ตามได้ นำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Advertisement