เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (บก.ภ.จว.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จว.นครพนม เดินทางมาประชุมคณะชุดคลี่คลายครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หลังจับกุมตัวได้พร้อมนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ในเวลาต่อมา ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.วิระชัยได้เรียกประชุมคณะทำงานเพื่อเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนแต่ละ สภ. 3 แห่งในพื้นที่ จ.นครพนม และพนักงานสอบสวน 3 จังหวัดคือ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร หาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายหาขบวนการผู้อยู่เบื้องหลังโดยเร็ว
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ในการสอบสวนปากคำนางจอมทรัพย์ได้เสร็จสิ้นแล้ว นางจอมทรัพย์ ให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ให้รายละเอียดตลอดถึงขั้นตอนในขบวนการทั้งหมด ในการยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ในการยื่นขอรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้นขบวนการ ส่วนของนายสุริยา หรือครูอ๋อง ได้สอบปากคำไปส่วนหนึ่งแล้ว วันนี้จะได้ทำการสอบสวนปากคำนายสุริยาเพิ่มเติม
รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนประวัตินายสุริยานั้น จากการตรวจพบว่านายสุริยาเคยกระทำความผิดในคดีต่างๆ มากถึง 4 ครั้ง ไม่รวมครั้งนี้ ครั้งแรกที่ สภ.คำชะอี คดีที่ 92/2537 เหตุเกิดเมื่อ 23 พ.ค.2537 ในข้อหาเแปรรูปไม้ ครั้งที่ 2 เมื่อ 27 พ.ค.2555 ตามเลขคดีที่ 79/2555 สภ.คำชะอี เช่นเดียวกัน ในคดีสนับสนุนการแปรรูปไม้ และครั้งที่ 3 เคยจับกุมในข้อหามีไม้หวงห้าม ก็คือไม้พะยูง ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดขึ้นที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2555 ตามคดีหมายเลขดำที่ 1657/2556 และหมายเลขแดงที่ 617/2557 ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 เดือน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2557 ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ในคดีที่ 4 ในคดีทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2555 เหตุเกิดที่ สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เลขคดีของ สภ.คำชะอีที่ 176/2559
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังจะตรวจสอบข้อมูลว่านายสุริยามีความสัมพันธ์กับนายสับอย่างไร โดยก่อนที่นายสับจะมาให้ปากคำเป็นผู้ที่ขับขี่รถแทนครูจอมทรัพย์ นายสับก็เคยถูกดำเนินคดีเรื่องไม้เหมือนกันในวันที่ 1 ต.ค.2556 และนายสับยังเคยถูกจับกุมในข้อหารับไว้ด้วยประการใดๆ ซ่อนเร้น จำหน่ายหรือช่วยพาไปเสียซึ่งของป่า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ที่ สภ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ตามคดีเลขที่ 160/2556 และในช่วงนี้เอง ครูอ๋องได้เข้ามาช่วยเหลือในการทางคดีกับนายสับ จึงเป็นเหตุให้นายสับได้ให้การช่วยเหลือกับนายสุริยา
รอง ผบ.ตร. ระบุว่า กรณีที่นายสับมาสมอ้างรับเป็นผู้ขับขี่รถชนนายเหลือถึงแก่ความตายในคดีครูจอมทรัพย์ ส่วนนายเสริฐนั้น จากการตรวจสอบนายเสริฐเป็นลูกน้องนายสุริยา ซึ่งเป็นมือเลื่อยไม้ให้นายสุริยา ซึ่งนายสุริยาให้นายเสริฐลูกน้องมาเป็นผู้ต้องหา หรือว่าเป็นแพะในการขับรถชนนายเหลือถึงแก่ความตายแทนครูจอมทรัพย์ ตอนหลังมาผลปรากฏว่านายเสริฐ นั้นไม่มีใบขับขี่และขับรถไม่เป็น จึงได้เปลี่ยนตัวไปเป็นนายสับ จึงเป็นที่มาของตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการปั้นพยาน เพื่อขอรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่ของครูจอมทรัพย์
“ขณะนี้นายสุริยาต้องการพบทนายก่อนให้ปากคำ ถึงจะทำการสอบสวนปากคำได้ เช้านี้จะดำเนินการสอบสวนปากคำต่อ กรณีนายสุริยากับนายสับเคยมีร่วมค้าไม้ด้วยกันนั้น ในรายละเอียดต้องขอดูในการสอบสวนคดีก่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบการออกหมายจับเพิ่ม เมื่อสรุปพยานหลักฐานยืนยันใครบ้างเป็นผู้กระทำผิด และมีน้ำหนักเพียงพอที่จะออกหมายจับกุม ก็จะดำเนินการขออนุมัติออกหมายจับบุคคลนั้นมาเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ต่อไป”
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อไปว่า ส่วนการสอบพยานไปกล่าวถึงข้าราชการบางคน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้เกี่ยวข้องได้ส่งคำให้การขึ้นมาแล้ว บางส่วนอยู่ที่พนักงานสอบสวนนำมามอบให้ จึงต้องรอคำให้การเหล่านั้นมาถึงจะวิเคราะห์ได้ว่าใครเกี่ยวข้องกับใครบ้าง
ต่อข้อถามนางจอมทรัพย์มีการกล่าวพาดพิงถึงดีเอสไอหรือกระทรวงยุติธรรมหรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ใครก็ตามที่เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พาดพิงไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือบุคคลธรรมดา เราจะไปสอบปากคำหมด จากการให้การของนายสุริยา ขณะนี้อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน มีพยานที่เป็นเอกสารหลักฐาน มีพยานหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานอยู่ในสำนวนการสอบสวนว่าครูจอมทรัพย์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเพียงใดแค่ไหน
“ครูจอมทรัพย์ยังได้ยืนยันว่าได้ทราบจากนายสับโดยตรง ขณะอยู่ระหว่างการคุ้มครองพยานที่ดีเอสไอ ในที่พักโรงแรมในกรุงเทพฯ และได้ทราบว่านายสับได้รับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอว่าถูกว่าจ้างมาเป็นพยานเท็จเป็นเงิน 4 แสนบาท ขณะนั้นครูจอมทรัพย์กับนายสับก็ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ก่อนที่จะมาเบิกความที่ศาล ก็ชัดแล้วว่าครูจอมทรัพย์ทราบถึงการเป็นพยานเท็จของนายสับมาก่อน เป็นเหตุให้นายสับไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นศาล” รอง ผบ.ตร.ระบุ
และกล่าวว่า นายสับขึ้นเบิกความในชั้นไต่สวน ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ขับรถยนต์ชนนายเหลือถึงแก่ความตาย แล้วนำเงินไปช่วยเหลือค่าทำศพนายเหลือ 1.7 แสนบาท ซึ่งนางจอมทรัพย์ก็มาปรากฏอยู่ในศาลด้วย จากนั้นนายสับได้ให้การรับสารภาพต่อดีเอสไอว่า นายสับรับจ้างมาเป็นผู้ต้องหา ครูจอมทรัพย์ทราบก็เลยต่อว่านายสับ จากนั้นนายสับก็ไม่ได้ขึ้นเบิกความในชั้นพิจารณาคำสั่งที่จะรื้อฟื้นการพิจารณาคดีใหม่
พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า นอกจากทางนางจอมทรัพย์เองรู้ว่านายสับเป็นพยานเท็จ และรู้มาตั้งแต่ต้นว่านายสับเป็นพยานเท็จ แต่ยังยืนยันที่จะสืบพยานในชั้นศาลช่วงวันที่ 8-10 ก.พ.60 คงจะต้องทำการสอบสวนปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอว่าในข้อเท็จจริง รายละเอียดเป็นอย่างไร ถึงจะตอบได้ ขณะนี้ยังไม่ได้ทำการสอบสวนเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ ต่อไปจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเหตุการณ์ต่างๆ และบุคคลใดที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเป็นพยานทั้งหมด
นายสุริยา หรือครูอ๋อง ผู้ต้องหาคนสำคัญ กล่าวว่า ตั้งแต่ถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.ภ.จว. ตั้งแต่เวลา 19.00 น.ของวันที่ 26 พ.ย. รอง ผบ.ตร.นำตัวตนและนางจอมทรัพย์มาสอบยาวนานจนถึงตี 1 ของวันใหม่ แต่ยอมรับสารภาพในบางเรื่องเท่านั้น ส่วนกล่าวหาแสดงหลักฐานเท็จต่อศาลและอั้งยี่ซ่องโจร ตนได้ปฏิเสธเช่นเดียวกับนางจอมทรัพย์
“เหตุที่ยอมรับสารภาพบางเรื่อง เพราะในช่วงที่ขึ้นศาลจังหวัดนครพนม หลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาให้ชดใช้เงินจำนวน 1.7 แสนบาทแก่ญาตินายเหลือ พ่อบำรุง ผู้เสียชีวิต ในช่วงขณะนั้นนายเสริฐ รูปสะอาด และนายอุบล ไชยบัน ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องรถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร เสียก่อนว่านายเสริฐขับรถไม่เป็นและไม่มีใบขับขี่ ส่วนนายอุบลที่อ้างว่าเป็นผู้รับซื้อรถคันดังกล่าว ได้ขายรถเป็นเศษเหล็กไปแล้ว เรื่องจึงแดงแผนที่วางไว้จึงแตก” ครูอ๋องระบุ
นายสุริยายังกล่าวด้วยว่า หลังสอบปากคำตนเสร็จ ช่วงที่ถูกคุมขังที่ สภ.เมืองนครพนม นอนไม่ค่อยหลับ เพราะยุงเยอะมาก ยังดีที่ญาตินำผ้าห่มมาให้เพราะอากาศหนาวเย็น แต่ก็ยอมรับชะตากรรมไว้แล้วว่าจะต้องติดคุก ซึ่งก็มี รอง ผบ.ตร.เดินมาตรวจและดูแลความเรียบร้อยที่ห้องคุมขังด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเวลา 09.30 น. พ.ต.ท.กฤษดา สุพรรณกูล สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม หนึ่งในคณะทำงานชุดสอบสวนคลี่คลายคดี ได้เบิกตัวนางจอมทรัพย์ขึ้นรถกระบะนำตัวไปส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม เตรียมฝากขัง

