จากกรณีที่ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเยาวชนจำนวน 2 คน ที่ได้หลบหนีไป บริเวณปั๊มน้ำมันปตท. ริมถนนบายพาส ชะอำ-ปราณบุรี บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 18 ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ขณะที่เจ้าหน้าที่สถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำลังนำตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชน จำนวน 8 คน เดินทางมาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อส่งไปควบคุมตัวที่ สถานแรกรับกักขัง สำหรับเยาวชนจังหวัดราชบุรี และสามารถติดตามจับกุมกลับมาได้เพียง 1 คนและกำลังหลบหนีอยู่อีก 1 คน เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น
ต่อมาในเวลา 20.10 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ ได้รับแจ้งจากสายตรวจป้อมยามตำบลไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ ว่ามีชาวบ้านนำ นาย ข.ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเยาวชน ที่กำลังหลบหนีอยู่มามอบตัวแล้ว จึงประสานให้พนักงานสอบสวน ไปรับตัวมาไว้ที่ สภ.ชะอำในทันที
สอบถาม นาย ข. เล่าว่า ตนและ นาย ก.เพื่อนผู้ต้องหา ได้หลบหนีมาจากปั๊มน้ำมัน ลัดเลาะมาตามป่าด้านหลังปั๊ม และเข้าไปแอบซ่อนตัวในกอหญ้าสูงบริเวณสนามกอล์ฟสปริงฟิลด์ อ.ชะอำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.สามพระยา อ.ชะอำ จากนั้นตนได้แยกตัวออกมาและเข้าไปตีสนิทกับชาวบ้าน ในหมู่ 4 บ้านบ่อหลวง อ.ชะอำ ขอเสื้อผ้าเปลี่ยน1 ชุด พร้อมทั้งขอให้ชาวบ้านไปส่งที่ถนนเพชรเกษม แต่ชาวบ้านคนดังกล่าวได้พามาพบ นางประนอม ศรีจันทร์ อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านบ่อหลวง ตนอ้างว่าไม่มีเงินเดินทางกลับบ้าน ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบฯ เพื่อไปหาลูกวัยทารกแรกเกิด และมารดาของตนที่ป่วยหนัก ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ให้เงิน 200 บาทโดยที่ไม่รู้ว่าตนเป็นนักโทษที่หลบหนีมา จากนั้นตนได้เดินขึ้นไปหลบบนภูเขา กระทั่งช่วงเย็นรู้สึกหิวจึงลงมาขอข้าวชาวบ้านกิน ถูกชาวบ้านที่ตนไปขอความช่วยเหลือได้เกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตัว ประกอบกับตนไม่อยากจะหนีอีกต่อไปแล้ว จึงยอมให้พาเข้ามอบตัวดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ให้มาทำการรับตัวผู้ต้องหาเยาวชนรายนี้ กลับไปยังสถานพินิจคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในทันที

