ภารกิจหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เดินทางลงตรวจราชการ ที่ จ.ปัตตานี และร่วมเปิดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ครั้งที่ 3 ที่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2560 คือการตรวจเยี่ยมพื้นที่เพื่อชมความคืบหน้าโครงการของรัฐบาล
โดยเฉพาะโครงการเมืองต้นแบบ
พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่ ครม.มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 บนพื้นที่อุตสาหกรรมต้นแบบ 3,500 ไร่ ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ถือเป็น 1 ในโครงการสำคัญสำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการผลักดันโครงการเมืองต้นแบบเพื่อส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ โดยใช้อัตลักษณ์เชื่อมโลกมุสลิม
นอกจาก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จะถูกกำหนดเป็นเมืองต้นแบบ การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน แล้ว ยังมี อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ถูกผลักดันเป็น ศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศ และ อ.เบตง จ.ยะลา ที่จะเป็นเมืองต้นแบบ การพัฒนาพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี ให้รายละเอียดว่า รัฐบาลกำหนดให้ อ.หนองจิก เป็นหนึ่งในเมืองต้นแบบ การพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้าผสมผสาน (Agricultural Industry City) โดยการขับเคลื่อนเมืองต้นแบบ ประกอบด้วย การพัฒนาด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาศักยภาพแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม ขยายพื้นที่ปลูกข้าว ปาล์ม และมะพร้าว
การพัฒนาด้านปศุสัตว์ ดำเนินการก่อสร้างตลาดกลางปศุสัตว์ สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน (ฟาร์มแพะ/แกะ) บารอกะฮ์ และมาตรฐานโรงฆ่าสัตว์บารอกะฮ์
การพัฒนาด้านกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ ส่งเสริมกลุ่มโอรังปันตัย บ้านตันหยงเปาว์ แปรรูปปลากุเลาเค็ม ปลาอินทรี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่ายาลอ แปรรูปปลาเกล็ดขาว ปลาหลังเขียว และสหกรณ์ปาล์มลิปะสะโง ลานเทปาล์ม เป็นต้น
การมาเยือนปัตตานีครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปเยี่ยมชมความคืบหน้าด้านปศุสัตว์ และให้ความสนใจบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนภาคใต้ จำกัด ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
พล.อ.ประยุทธ์เข้าเยี่ยมชมพื้นที่เกษตรกรรมแปรรูปโรงงานน้ำมันปาล์มและติดตามการพัฒนาด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาศักยภาพแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการรองรับผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โครงการนี้เป็นโครงสร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของจังหวัดปัตตานีอีกด้วย
สำหรับเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน นั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งนักธุรกิจในพื้นที่
มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้อัตลักษณ์ของพื้นที่เชื่อมต่อกับประเทศโลกมุสลิม ภายใต้แนวคิดสานพลังประชารัฐผ่านการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยแถลงข่าวถึงเป้าหมายของรัฐบาลต่อการพัฒนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี รวมทั้ง อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสว่า ทั้ง 3 เมืองจะยึดโยงกันเป็นสามเหลี่ยมเพื่อช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอาณาเขตโดยรอบ
มีแผนปฏิบัติการที่จะขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ระยะ
นั่นคือ ระยะที่ 1 พ.ศ.2560-2562 จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่พิเศษ จัดตั้งกองทุนส่งเสริมนักธุรกิจรุ่นใหม่ ออกพันธบัตรพัฒนาชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรับปรุงท่าเรือปัตตานี ขยายสถานีรถไฟโคกโพธิ์ ปรับปรุงระบบประปา ไฟฟ้า และการขนส่ง เป็นต้น
ระยะที่ 2 พ.ศ.2563-2565 จะเชื่อมโยงการขนส่งจาก 3 จังหวัดไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์
ทางด้าน นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการอำเภอหนองจิก ให้รายละเอียดเกี่ยวกับรัฐบาลเลือกพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็น 1 ในเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เนื่องจากลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มปลายน้ำ เหมาะประกอบอาชีพการเกษตรกรรม มีผลผลิตทางการเกษตรหลากหลาย อาทิ การทำนาปลูกข้าว การทำสวนมะพร้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่สำคัญ ยังมีทรัพยากรมากมายในท้องทะเล ทั้งการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์ชายฝั่ง
เบื้องต้นได้รับงบประมาณ 154,707,000 บาท
สำหรับโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมและการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน แบ่งเป็น 1.การพัฒนาศักยภาพกลุ่มชุมชนประมงพื้นบ้านบ้านตันหยงเปาว์ 2.เพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล วิสาหกิจชุมชนปลาแห้งท่ายาลอ 3.ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวบ้านท่าด่าน และ 4.กิจกรรมส่งเสริมและขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน 2,800 ไร่
“ยังมีการใช้มาตรการด้านสิทธิประโยชน์การลงทุน กองทุนส่งเสริมธุรกิจรุ่นใหม่ให้ทุกอำเภอ รัฐบาลต้องการมุ่งส่งเสริมการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันป้อนเข้าโรงงานสกัดปาล์ม นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รกร้างอีกกว่า 2 หมื่นไร่ นำมาลงทุนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่หลากหลาย ช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารในอนาคต การสนับสนุนให้ชาวบ้านหรือเกษตรกรมีอาชีพที่ถนัดของตนเองช่วยเพิ่มงานสร้างอาชีพครอบคลุมเกษตรกรกว่า 6 พันคน”
ส่วนโครงสร้างพื้นฐานของ อ.หนองจิก จ.ปัตตานีนั้น มีถนนสายหลักที่เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งกับอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา รวมถึงการเชื่อมโยงไปยังประเทศมาเลเซีย ผ่านชายแดนไทย-มาเลเซีย อีกทั้งท่าเทียบเรือปัตตานีสามารถพัฒนาขึ้นเป็นท่าเรือหลักหรือท่าเรือเชิงพาณิชย์ในการขนส่งวัตถุดิบตลอดจนสินค้าทางการเกษตรเพื่อการส่งออกได้
นี่เป็นอีกหนึ่งวาระที่จะพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นการพัฒนาด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อประชาชนอยู่ดีกินดี เหตุการณ์ความไม่สงบก็จะเจือจางหรือหายไป

