นักวิชาการยื่นเรื่องขอประกันตัว 15 แกนนำค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยใช้ตำแหน่ง พร้อมประนามการออกมาพูดป้ายสีของโฆษกรัฐบาล ตำรวจขยายผลเตรียมออกหมายจับเพิ่มเติม ในขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเตรียมฟ้องกลับเจ้าหน้าที่
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ว่าบรรยากาศที่ศาลจังหวัดสงขลา ในเช้าวันนี้ มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ มหาวิทยาลัยทักษิณ รวม 7 คน ได้ร่วมกันยื่นเอกสารหลักฐานเพื่อขออนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว 15 แกนนำเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งถูกจับกุม ระหว่างสลายการชุมนุม เมื่อ27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากเมื่อวานนี้ไม่ได้รับการประกันตัว จากการเตรียมหลักทรัพย์ไม่พร้อม ในวันนี้จึงได้ยื่นเรื่องซ้ำอีกครั้งคาดว่าจะทราบผลในช่วงบ่าย
ในขณะเดียวกัน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรรกิจ ผู้อำนวยการ รพ.จะนะ กล่าวว่า เครือข่ายนักวิชาการ ได้จัดตั้ง”กองทุนสู้คดีเทใจให้เทพา” เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านคดี สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 15 คน ที่ถูกดำเนินคดีจากกิจกรรมการเดิน..เทใจให้เทพา หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงได้เปิดบัญชีเพื่อขอบริจาคสมทบบัญชีสู้คดีให้พี่น้อง ประกอบด้วย อาจารย์ธีรวัฒน์ ขวัญใจ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.สินาด ตรีวรรณไชย อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนางสาวอิสรา เจียมวิทยานุกูล ที่ปรึกษา กป.อพช.ใต้ ร่วมกันในการเปิดบัญชีนี้ขึ้นเมื่อเช้านี้ บัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพานิชย์ สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่บัญชี 565-491810-0 (บัญชีเป็นชื่ออาจารย์ทั้งสามท่าน)
ต่อมาเวลา 12.30 น.เครือข่ายนักวิชาการภาคใต้ นำโดย นางสาวเกื้อ ฤทธิบูรณ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี นายธีรวัฒน์ ขวัญใจ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ แถลงกรณีการสลายการชุมนุมเกินกว่าเหตุ ที่กระทำต่อเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยขอประณามการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งไม่มีความชอบธรรมและเป็นไปอย่างอำเภอใจขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติและเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อความเสยหายที่เกิดขึ้น ไม่ดำเนินคดีกับชาวบ้านและปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข ,ยืนยันในเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน โดยการชุมนุมอย่างสงบ เปิดเผยและปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ เครือข่ายคนสงขลาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงมีสิทธิอันชอบธรรมทุกประการในการแสดงออกซึ่งการไม่เห็นด้วยต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ทั้งนี้ในการชุมนุม โดยการเดินเท้าที่ผ่านมา ทางเครือข่ายคนสงขลาปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน พรบ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ทุกประการอีกทั้งการชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ขอให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินการตามนโยบายและโครงการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม ระงับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินในพื้นที่อำเภอเทพาอย่างเร่งด่วน เพื่อระงับความขัดแย้งที่กำลังบานปลาย ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาภาคใต้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกเหนือจากผู้ต้องหาในคดีนี้ที่ถูกจับกุมแล้วจำนวน 16 คน พนักงานสอบสวนในคดีนี้ยังคงอยู่ระหว่างการขยายผล รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ผู้ร่วมก่อเหตุทำร้ายเจ้าพนักงานเพิ่มเติมอีก โดยจากการตรวจสอบภาพขณะเกิดเหตุปะทะ ระหว่างแกนนำและเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน พบว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอยู่อีกอย่างน้อย 20 คน ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนจะเสนอศาลจังหวัดสงขลาขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม
นายบรรจง นะแสกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรณีการขยายผลเพื่อจับกุมผู้ชุมนุมเพิ่มเติมนั้นพอจะทราบมาบ้างแล้ว แต่เช่นเดียวกับกรณีคดีโครงการท่อก๊าซฯไทย-มาเลเซีย เมื่อฝ่ายผู้ชุมนุมถูกฟ้อง ฝ่ายของผู้ชุมนุมก็เตรียมที่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้ชุมนุมเช่นเดียวกับกรณีคดีท่อก๊าซฯ ที่มีการฟ้องเจ้าหน้าที่ ซึ่งคาดว่าสัปดาห์หน้า จะเริ่มกระบวนการฟ้องกลับเจ้าหน้าที่ เมื่อฝ่ายเจ้าหน้าที่ชัดเจนที่จะใช้กระบวนการยุติธรรมมาใช้

