ผบ.ฉก.ปัตตานี บินตรวจสภาพน้ำท่วมทางอากาศ พบพื้นที่ยังคงต้องรับสภาพเป็นพื้นที่รับน้ำ มวลน้ำเหนืออีกจำนวนมากไหลสมทบน้ำในพื้นที่ พร้อมเจอทะเลหนุนอีกหลายระลอกและแม้เขื่อนบางลางจะหยุดระบายน้ำก็ยังคงเจอสภาพวิกฤตอยู่
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องใช้เฮลิคอปเตอร์หน่วยบินอโณทัย ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี บินสำรวจการเคลื่อนของมวลน้ำเหนือจากพื้นที่ จ.ยะลา ที่ไหลมายังเขื่อนชลประทาน จ.ปัตตานี และติดตามดูสภาพการระบายน้ำในแม่น้ำปัตตานีสู่ปากอ่าวปัตตานีฝั่งทะเลอ่าวไทย โดยการบินตรวจสอบครั้งนี้พบว่ามวลน้ำเหนือจากพื้นที่ จ.ยะลา ยังมีอีกจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่เขื่อนชลประทานปัตตานี ซึ่งเป็นน้ำสะสมที่ไหลจากเขาและจำนวนน้ำสะสมที่เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมา และถึงแม้ทางเขื่อนบางลาง จ.ยะลา จะปิดบานประตูหยุดการระบายน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม แต่กลับพบว่ายังมีมวลน้ำเหนือไหลหลากทั่วบริเวณที่ราบลุ่ม จึงทำให้ปริมาณของน้ำยังคงเกินปริมาณที่เขื่อนชลประทานปัตตานีจะสามารถกักเก็บไว้ได้ และยังคงเอ่อล้นสปิลเวย์ ไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน เรือกสวนไร่นาของประชาชน โดยแนวโน้มน้ำยังคงเอ่อล้นตลิ่งท่วมขยายเป็นวงกว้างอยู่อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.ยะรัง อ.แม่ลาน อ.หนองจิก และ อ.เมืองปัตตานี เป็นพื้นที่จำเป็นต้องรองรับน้ำท้ายเขื่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ถนนสายหลักและสายรองสู่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี หลายสายยังคงต้องจมอยู่ใต้น้ำสูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตร จนถึง 1 เมตร ส่งผลให้การสัญจรด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์บางจุดไม่สามารถใช้สัญจรได้ นอกจากนี้ยังมีบางเส้นทางที่เป็นถนน 4 เลน มีน้ำไหลเชี่ยวและหลากเข้าท่วมบนถนนจนทำให้การสัญจรสามารถใช้การได้เพียงเลนเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงอาจเกิดอันตรายจากอุบัติเหตุ เพราะพื้นผิวถนนบางจุดได้ถูกกัดเซาะพังเสียหาย
ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมล่าสุด พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี เตรียมนำข้อมูลการบินสำรวจน้ำร่วมประชุมกับคณะทำงานและหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จ.ปัตตานี เพื่อประเมินสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยขั้นต้นได้มอบหมายให้กำลังพลที่ตั้งฐานปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่เกิดน้ำท่วม จัดกำลังพลลงสำรวจความเสียหายและความต้องการช่วยเหลือด้านใดเพิ่ม เพราะจากสภาพการณ์และผลการประเมินน้ำทางอากาศคาดว่าพื้นที่ท้ายเขื่อนชลประทานปัตตานีจะยังคงรับน้ำเหนือที่จะระบายลงสู่ทะเลนั้นอาจยังจะไม่คลี่คลายภายใน 4-5 วัน ตามที่มีบางหน่วยรายงานไปก่อนนี้ เนื่องจากยังพบมวลน้ำเหนืออีกจำนวนมากที่กำลังไหลเข้ามาสมทบกับจำนวนน้ำที่เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ ประกอบกับหากยังมีฝนตกและเกิดทะเลหนุนอยู่ในขณะนี้ก็จะเป็นอุปสรรคทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลเป็นไปอย่างล่าช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พ.ท.ณัฏฐ์พัชร์ สทิสินทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี 25 ได้นำกำลังพลชุดหมอเดินเท้าเข้าช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมพร้อมมอบถุงยังชีพ และตรวจรักษาโรคที่เกิดจากน้ำท่วมในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านจางา ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองปัตตานี หลังมีการร้องขอความช่วยเหลือมายังหน่วย ทั้งนี้ เนื่องจากพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีความต้องการยารักษาโรคน้ำกัดเท้า โรคท้องร่วง โรคตาแดง และยารักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่มีแนวโน้มผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น



