‘เสธ.ทบ.’ จับเข่า เกษตรกรใต้ แก้ปัญหา ‘สร้างสรรค์’

4.12.17 | 11:30 น.

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2560 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเมื่อ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อแก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรตกต่ำและปัญหาประมง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงตอนหนึ่งว่า มีการพูดถึงภาคเอกชนที่รับทราบถึงร่าง พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมัน เพื่อแก้ปมปัญหาต่างๆ ทางเอกชนได้ไปศึกษาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้วเห็นว่าดี มีความชัดเจน ทำให้ภาคเอกชนสามารถเดินไปได้อย่างมีคุณภาพ โดย พล.อ.ประยุทธ์แจ้งว่า ไม่ต้องห่วง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีกากับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

 

ต่อมานายกฯสั่งการให้หน่วยงานราชการต้องเพิ่มปริมาณการใช้ยางอีก 1 แสนตัน แผนงานของกระทรวงจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการใช้ยางเป็นส่วนประกอบ จะต้องผลักดันให้การใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 50 เปอร์เซ็นต์

นั่นเป็นการแก้ปัญหาราคายาง
ยังมีการพูดกันถึงปัญหาประมง

Advertisement

พล.อ.ประยุทธ์เล่าให้ที่ประชุม ครม.ฟังว่า มีภาคประชาชนเสนอให้มีการคัดเลือกเกษตรกรไปรับการอบรม เพื่อไปทดแทนแรงงานต่างด้าวในภาคประมง เพราะว่าแรงงานไทยที่จะไปทดแทนแรงงานต่างด้าวในภาคประมงในความเป็นจริงหายากมาก แต่ภาคประชาชนยืนยันว่ามีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายกฯจึงบอกว่าให้ประสานจังหวัดเพื่อขอตัวเลขมาดูว่าข้อมูลมีอยู่จริงหรือไม่

นั่นคือผลการหารือของที่ประชุม ครม.ส่วนหนึ่ง ณ วันนั้น

และนับเป็นโอกาสอันดีเช่นกัน เมื่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผอ.รมน. ตามโครงสร้าง และมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ลงตรวจราชการในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมกับเดินทางไปรับฟังข้อเสนอ ปัญหาของกลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการโดยแท้จริง ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และประมง ที่กองทัพภาคที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช

มีคณะของตัวแทนภาคเกษตรกร เอกชนเข้าร่วม นำเนื้อหาที่ต้องการจะพูดและนำแจกแจงข้อเสนอ โดย พล.อ.ณัฐพล พร้อมด้วย พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ และนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับฟังข้อมูลที่หลากหลาย

นายวิสูตร สุชาฎา ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตร ชาวสวนยางพารา จ.นครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึงการเข้าไปอธิบายในหลายปัญหา โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาเวลาราคายางพาราตกต่ำก็จะมีการก่อม็อบประท้วงปิดถนน แล้วก็เชิญรัฐมนตรีเข้ามาในพื้นที่เพื่อประชุม มีการต่อรองราคารับซื้อ แล้วก็มีงบประมาณลงมาช่วยเยียวยากันไปไร่ละ 3 พันบาท ทั้งหมดเหล่านี้ไม่ตอบโจทย์ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน ไม่ใช่แนวทางในการทำราคายางให้ดีขึ้นได้

“แนวคิดหนึ่งที่ผมนำเสนอไป อยากให้มีการสนับสนุนการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียก็ปลูกเหมือนกัน ปลูกน้อยกว่า แต่สร้างมูลค่าได้ดีกว่า ทั้งที่เราก็ทำได้ มีโรงงานแปรรูปยาง ที่นครศรีธรรมราชของผมทำได้ แปรรูปได้แต่ขาดนวัตกรรมเท่านั้น ไม่มีองค์ความรู้ใดๆ ที่สหกรณ์กองทุนสวนยางโสตประชา จำกัด จ.นครศรีธรรมราช เราก็แปรรูปยาง แต่ที่ผ่านมาเวลาเขียนโครงการทำงบประมาณ พวกเรากลับไม่รู้เลยว่าถ้าคิดจะทำยางแปรรูปให้กับภาครัฐ ต้องมีตรา มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ด้วย งานล่าช้าหมดแล้วต้องหยุด ตอนนี้ที่ทำได้คือแปรรูปเป็นสนามพื้นยางให้เด็กโรงเรียนอนุบาล”

นายวิสูตรย้ำว่า เราอยากได้นวัตกรรมเพื่อทำให้การแปรรูปยางได้รับการยอมรับและมีมาตรฐาน มอก.มากขึ้น จึงขอฝากไปให้ถึงนายกฯ รวมทั้งการช่วยให้ อบจ. เทศบาล และ อบต.หันมาใช้น้ำยางเป็นวัตถุดิบทำถนนด้วย ทำถนนหมู่บ้านละ 1 กิโลเมตรก็พอ ชาวสวนยางลืมตาอ้าปากได้ทันที ยางหมดไปจากท้องตลาดแน่ ที่สำคัญการได้มาพูดคุยแบบนี้ ด้วยภาษาของชาวเกษตรกรเอง ดีกว่าถูกหน่วยงานกระทรวงกลั่นกรองเป็นคำสวยๆ แล้วไม่เกิดประโยชน์

ขณะที่นายชูศักดิ์ ชูพยัคฆ์ สมาคมลานเทสุราษฎร์ธานี ที่มีปัญหาเรื่องราคาปาล์มตกต่ำ กล่าวว่า ช่วงนี้สวนปาล์มมีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ ต้นทุนสูงหมดทั้งปุ๋ยและสารเคมีที่ต้องใช้ รวมทั้งค่าจ้างแรงงาน แต่ราคารับซื้อกลับตรงกันข้าม อยากให้รัฐบาลดูแลควบคุมน้ำมันปาล์มที่สั่งนำเข้ามา ที่สำคัญชาวสวนปาล์มไม่เคยรู้เลยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐเก็บสต๊อกน้ำมันปาล์มไว้เท่าไหร่ มีการซื้อและขายกันอย่างไร

“ดีใจมากที่ผมนำข้อเสนอมาเปิดอกคุยกับเสนาธิการทหารบก อยากให้มีโอกาสแบบนี้อีก ผมพูดได้มากขึ้น ที่ผ่านมาเวลาจะออกกฎหมายทั้งประมงบ้าง เกษตรกรรมอย่างอื่นบ้าง พวกเราไม่รู้อะไรเลย ต้องรับมาปฏิบัติทันที จะเป็นไปได้ไหมที่ชาวบ้านรู้เกือบพร้อมๆ กัน” นายชูศักดิ์กล่าว

ด้านนายชุมพล แซ่ลิ้ม นายกสมาคมชาวประมงสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวประมง โดยเฉพาะการล็อกวันออกทะเลได้ 220 วันนั้นไม่เพียงพอ ยกตัวอย่างที่สุราษฎร์ธานี ปิดอ่าวไปแล้วตามกฎหมายคือ 3 เดือน แต่มาหลบช่วงมรสุมอีก 2 เดือน ออกทะเลจริงๆ เหลือแค่ 2 เดือน บางครั้งพอออกทะเลจับสัตว์น้ำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ยังมีคนอื่นเดือดร้อนอีกทั้งโรงงานแปรรูป ตลาดสด ช่างกลึงช่างซ่อมเรือประมงอีก ตกงานกันไปหมด ตอนนี้ชาวประมงออกเรือก็ต้องเตรียมแฟ้มเอกสารให้พร้อม เราก็มีพร้อมอยู่แล้ว คอยแสดงอย่างเดียว ที่ยังขาดแค่เรื่องจุกจิกๆ การเสนอให้นายทหารอย่าง พล.อ.ณัฐพลมารับฟังแล้วนำส่งต่อให้นายกฯ ถือว่าดีมากๆ อยากรอคำตอบเหมือนกันว่าจะได้รับการช่วยเหลืออะไรบ้าง

“การเชิญพวกเรามาที่ค่ายทหารครั้งนี้ แรกๆ เราก็กลัว หลายคนทัก แต่พอมาจริงๆ มาเจอนายทหารรับฟัง พวกเราดีใจ อยากมาอีก เพราะเป็นการบูรณาการแบบสันติวิธี ผมกลับไปแบบยิ้มไปเลย อยากให้กองทัพใช้แบบนี้” นายชุมพลกล่าว

คราวนี้มาทางฝั่งของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก และคณะเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่รับฟังปัญหาและข้อเสนออย่างตั้งใจ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกฯได้ย้ำมาตลอดว่า ให้เจ้าหน้าที่ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส โดยเฉพาะ กอ.รมน.ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรที่มีรายได้น้อย เมื่อมารับทราบความเดือดร้อนแล้ว ก็ต้องบอกว่า จริงๆ ก็ทำงานในส่วนนี้มาตลอด รู้สึกดีที่มารับฟัง และก็ยังไม่ได้คุยกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของกลุ่มยาง ปาล์มน้ำมัน และประมง

ดังนั้น จะนำข้อมูลจากการรับฟังเหล่านี้กลับไปเข้าที่ประชุม กอ.รมน.ในวันพุธที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อสรุปนำเสนอให้นายกฯพิจารณาเพื่อมอบให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยจัดการกันต่อไป

“ผมจะติดตามเรื่องเหล่านี้แทนพี่น้องเกษตรกรที่มาฝากเรื่องไว้ จะพยายามดำเนินการอย่างเต็มขีดความสามารถต่อไป” พล.อ.ณัฐพลกล่าว และย้ำว่า นายกฯบอกมาว่าพยายามให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หากเกษตรกรต้องการพบเพื่อแจกแจงปัญหาและข้อเสนอ ก็ให้มาแจ้งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ตนพร้อมลงมารับฟังอีกนำไปแก้ไขตามช่องทางต่อไป ดีกว่าไปเรียกร้องด้วยวิธีการชุมนุม”

“ผมรู้สึกดีที่การพูดคุยครั้งนี้ฟังจากเกษตรกรที่แท้จริง ไม่มีการเมืองมาบังหน้า พ่อแม่ผมก็เป็นเกษตรกรเหมือนกัน จึงเห็นแววตาของแต่ละคน รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่ระบายให้ฟัง จากนี้ผมจะนำเนื้อหาที่พี่น้องเกษตรกรเสนอมานำเรียนต่อไป ย้ำว่าเป็นนโยบายของนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการให้รับฟังความช่วยเหลือของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด” เสนาธิการทหารบกกล่าวทิ้งท้าย