หน้าแรก ภูมิภาค ตรังยังวิกฤต!...

ตรังยังวิกฤต!! น้ำท่วมสูงถึง 4 เมตร มิดหลังคาบ้าน เผย 1,487 ครัวเรือน จมน้ำ

5.12.17 | 18:43 น.

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยัง ม.6 และม.4 ต.บางรัก อ.เมืองตรัง พร้อมด้วย นายสุรนอง กิ้มเฉี้ยง กำนัน ต.บางรัก ฝ่ายปกครองและอาสาสมัคร รวมทั้งชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เพื่อสำรวจปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นหลังจากที่พนังกั้นแม่น้ำตรังได้พังเสียหายจำนวน 2 จุด ทำให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบโดยตรง ส่งผลทำให้ขณะนี้มีชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วกว่า 1,487 ครัวเรือน ระดับน้ำท่วมสูงถึง 3-4 เมตร เทียบเท่ากับเกือบจมมิดหลังคาบ้าน 2 ชั้น บ้านเรือนผู้คนติดเกาะจมอยู่ใต้บาดาล สำหรับการสัญจรต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะในการเข้าออกเพียงอย่างเดียวเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เข้าสู่ถนนสายหลักอีกทั้งบางพื้นที่ไม่สามารถเข้าออกได้ทำให้ทั้งหมดถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสิ้นเชิงจากการสำรวจพนังกั้นแม่น้ำที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ ต.บางรัก พบว่ามีความยาวประมาณ 50 เมตรและระดับน้ำในแม่น้ำตรังยังคงสูงกว่าพนังกั้นน้ำกว่า 60 เซนติเมตร


นายสุรนอง กิ้มเฉี้ยง กำนัน ต.บางรัก อ.เมือง จ .ตรัง กล่าวว่า ก่อนที่พนังกั้นแม่น้ำจะแตกลง ในพื้นที่บริเวณนี้ได้มีน้ำท่วมอยู่ก่อนหน้าแล้วประมาณ 50% แต่พอพนังกั้นแม่น้ำขาดทำให้พื้นที่ทั้งหมดถูกน้ำท่วม 100% เต็ม ส่งผลให้หมู่บ้านถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก น้ำได้ปิดถนนทางเข้าออกทุกเส้นทาง บ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบหมดทุกหลังระดับน้ำสูงถึงหนังคา บางหลังสูงมิดจมหลังคาบ้าน จากสถานการณ์น้ำที่ท่วมทุกปีของพื้นที่ ต. บางรัก แทบจะถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ชาวบ้านบางรายต้องสร้างบ้านเพิ่มอีกหนึ่งเพื่อไว้สำหรับเก็บข้าวของเวลาเกิดน้ำท่วม

นายวิรัตน์ รัตมณี อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.6 ต.บางรัก อ.เมือง .จ ตรัง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เล่าว่า ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แทบตั้งตัวไม่ติด เก็บของกันแทบไม่ทัน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก สวนยางพาราจมอยู่ใต้น้ำ เป็นเวลากว่า 8 วันแล้ว ทำให้ตนและครอบครัวตกอยู่ในสภาพถูกตัดขาดจากโลกภายนอก การเดินทางจากบ้านสู่ถนนหลักต้องใช้เรืออย่างเดียว แต่ตนก็ไม่คิดจะทิ้งบ้านออกไปอยู่ในพื้นที่อื่นเพราะต้องคอยเตรียมขนย้ายสิ่งของหนีน้ำหากมีน้ำเพิ่มระดับขึ้นฉับพลัน แต่ทำให้ทุกวันนี้ต้องนอนผวาคอยระวังว่าน้ำจะเพิ่มอีกรวดเร็วแค่ไหน เหตุการณ์น้ำท่วมอย่างนี้เกิดขึ้นทุกปีเป็นเรื่องที่ซ้ำซากไปแล้วเหมือนหนังม้วนเก่าที่เล่นยังไงก็วนอยู่ที่เดิม ขณะที่ปีนี้น้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่ถ้าฝนไม่ตกเพิ่ม คิดว่าระดับน้ำน่าจะค่อยๆ ลดลงไม่น่าจะท่วมถึงเดือน

“อยากฝากไปยังหน่วยงานภาครัฐว่า จากปัญหาพนังกั้นแม่น้ำขาดที่เกิดขึ้นเป็นทุกๆ ปีนี้แบบนี้อยากให้ทางหน่วยงานรัฐซ่อมแซมและเพิ่มระดับพนังกั้นน้ำอย่างน้อย 50-70 เซนติเมตร และอยากให้ก่อสร้างให้มั่นคง เพราะจ.ตรัง เป็นพื้นที่ที่รองรับน้ำอยู่แล้ว” นายวิรัตน์กล่าว

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จ.ตรัง ได้รับความเดือดร้อน จำนวน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.นาโยง อ.เมือง อ.รัษฎาอ.วังวิเศษ อ.กันตัง อ.ย่านตาขาว อ.ปะเหลียน และ อ.ห้วยยอด 11 เทศบาล 18 ชุมชน 61 ตำบล 445 หมู่บ้านราษฎรได้รับความเดือดร้อน 19,076 ครัวเรือน 76,344 รายพื้นที่เกษตรด้านพืช ได้รับผลกระทบ 337,592 ไร่ ด้านปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 188,454 ตัว ด้านประมงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้รับผลกระทบ 582 บ่อ 102 กระชัง 301.5 ไร่ ผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง สถานศึกษาได้รับผลกระทบ 27 แห่ง วัดได้รับผลกระทบ 21 แห่ง