เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ผู้สื่อรายงานว่า นายอาหลีดัน ยาดำ อายุ 63 ปี ชาวบ้านตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ชี้ดูเรือประมงพื้นบ้านที่จอดลอยลำอยู่บริเวณริมชายเกาะบุโหลนดอน หมู่ที่ 3 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นเรือเพียงลำเดียวที่ใช้หาเลี้ยงครอบครัว 10 ชีวิต แม้จะมีความหวังริบหรี่ และไม่คิดจะแจ้งความ แต่สุดท้ายก็ได้กลับคืนมาหลังถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 และได้คืนเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560
นายอาหลีดัน เล่าถึงนาทีเรือคู่ชีพหายไปว่า ตนได้นำเรือวิ่งออกจากฝั่งเกาะบุโหลน ถึง 3 ชั่วโมง เพื่อนำนางสาวฮาเยี๊ย ปังแลหมา ลูกสาวอายุ 23 ปี ที่ป่วยหนักไปรพ.หาดใหญ่ ขณะนำเรือจอดที่แหลมเตปัน อำเภอละงู เป็นเวลาถึง 4 วัน แต่สุดท้ายลูกสาวก็ต้องจากไปเพราะไม่สามารถจะรักษาได้ทันท่วงที ตอนเตรียมนำศพลูกสาวกลับไปทำพิธีทางศาสนาบนเกาะบุโหลน ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าเรือได้หายไปแล้ว ถามใครก็ไม่มีใครรู้ ตนถึงกับร้องไห้ กอดศพลูกสาว ทำให้ต้องฝังศพลูกสาวบนฝั่งเพราะไม่สามารถหาเรือกลับเกาะบุโหลนได้ทันตามประเพณีของศาสนาได้
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุ นายสุริยันตร์ ลัคนาวงศ์ กำนันตำบลกำแพง พร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ได้ช่วยกันตามหาเรืออย่างไม่ลดละ แม้จะไม่ได้แจ้งความก็ตาม และที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบว่าเรือของนายอาหลีดัน ถูกจอดไว้ที่ลำคลองพื้นที่ จ.ตรัง ทั้งนี้นายสุริยันตร์ ลัคนาวงศ์ กำนัน นางสำลี ลัคนาวงศ์ นายกอบต.กำแพง พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ รองผกก.สส.ภ.จว.สตูล พ.ต.ท.สมบัติ ซุ่นหั้ว สวป.สภ.ละงู และกลุ่มเพื่อนร่วมกันสมทบเงินเพื่อเป็นทุนในการซ่อมแซมเรือให้กับครอบครัวของนายอาหลีดัน จำนวน 15,000 บาท




