หน้าแรก ภูมิภาค พิษน้ำป่า! นค...

พิษน้ำป่า! นครศรีฯถูกตัดขาด ถนนสัญจรไม่ได้ สถาบันการศึกษาปิด 3 วัน เครื่องบินยังขึ้นลงได้

6.12.17 | 10:46 น.

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไป ภายหลังน้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยน้ำป่าได้ไหลผ่านตามลำคลองหลายสาย อาทิ คลองคีรีวง อ.ลานสกา ไหลผ่านเข้าคลองท่าดี อ.เมือง ออกสู่คลองหน้าเมือง เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ขณะที่ คลองพรหมคีรี อ.พรหมคีรี ไหลผ่าน คลองกลายท่าศาลา อ.ท่าศาลา ไหลผ่านตัวเมืองท่าศาลา ออกสู่ทะเล และคลองเขาแก้ว อ.ลานสกา ไหลออกสู่คลองเสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ ลงสู่พื้นที่ป่าพรุ และคลองชะเมา ไหลผ่าน อ.ปากพนัง ออกสู่ทะเล ส่วนทางด้านโซนเขา น้ำจากเทือกเขาหลวงไหลลงสู่คลองเขาธง ผ่าน อ.ช้างกลาง ฉวาง ทุ่งใหญ่

ขณะที่ถนนสาย 41 ซึ่งเป็นถนนสายเอเชียสายหลักที่ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช-พัทลุง บางช่วงได้มีน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมถนนมีความสูง 30-50 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ถนนสาย 401 นครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี มีน้ำจากคลองสายหลักได้ไหลเข้าท่วมถนนบริเวณ อ.สิชล และ อ.ขนอม ทำให้เส้นทางไม่สามารถสัญจรได้ และถนนทางหลวงสาย 408 นครศรีธรรมราช-หัวไทร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้เช่นกัน ทำให้เมืองนครถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ขณะที่เส้นทางสายเชื่อมต่อแต่ละอำเภอทั้ง 23 อำเภอ บางเส้นก็ไม่สามารถสัญจรได้เช่นกัน

ขณะที่ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้ประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ รวมไปถึงการขึ้น-ลง ของเครื่องบินก็ดำเนินการตามปกติ โดยได้มีการวางแผนป้องกันเร่งด่วนและแผนระยะยาวตามโครงการก่อสร้างคันทางป้องกันน้ำท่วม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำออกอย่างรวดเร็ว พบว่า ปริมาณน้ำฝนที่สะสมในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้ประสานขอเครื่องสูบมาเพิ่มจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) และ ปภ. จังหวัดจัดส่งเครื่องสูบน้ำมาให้จำนวน 3 เครื่อง (โดยได้การสนับสนุนจาก. ปภ เขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์) ทำการเดินเครื่องสูบน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักชลประทานเขตที่ 15 ซึ่งจากอัตราการสูบน้ำในตอนนี้สามารถขับน้ำออกจากพื้นที่ท่าอากาศยานฯได้ประมาณ 135,000 ลูกบาศก์เมตร ด้วยการเดินเครื่องสูบน้ำออก มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ชั่วโมง และระดับน้ำลดลงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบินแต่อย่างใดและยังคงให้บริการตามปกติ

ส่วนสถานีรถไฟยังไม่สามารถให้บริการได้เช่นกัน ส่วนถนนสายเลียบริมทะเลจาก ขนอม สิชล ท่าศาลา เมือง ปากพนัง หัวไทร ไม่สามารถสัญจรไปมาได้เช่นกัน เนื่องจากคลื่นในทะเลสูง 3-4 เมตร ได้พัดเข้าท่วมถนนสายต่างๆ ขณะที่ประชาชนได้อพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

ขณะที่สถาบันการศึกษาทั้งหมดในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประกาศปิดต่ออีก 3 วัน จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

Advertisement