หน้าแรก ภูมิภาค เมืองคอนอ่วม ...

เมืองคอนอ่วม ยังหา 2 ผู้สูญหายจากเหตุน้ำพัดรถบัสไม่พบ น้ำทะเลหนุน จมน้ำดับ1 รพ.ท่าศาลาย้ายจ้าละหวั่น

6.12.17 | 12:22 น.

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กลับเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนักตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาหลวง ไหลหลากลงมา ลงสู่พื้นที่เสี่ยง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และผิวการจราจรในหลายเส้นทาง เป็นรอบที่ 2 ขณะที่มีรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้ในทุกพื้นที่มีน้ำเอ่อสูงขึ้น

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่รถบัสถูกกระแสที่ไหลจากเทือกเขาเชี่ยวกรากพัดพาตกถนนจมมิดทั้งคัน บริเวณหน้าสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งภาคใต้บ้านเขาฝ้าย หมู่ 7 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่กู้ภัย และ ปภ. ตำรวจ-ทหารค่ายรบพิเศษสิชล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กู้ภัยและ ปภ.นครศรีธรรมราช สาขาสิชล สนธิกำลังช่วยเหลือผู้โดยสารรอดตายหวุดหวิด จำนวน 49 คน ยังมีผู้สูญหายอีก 2 คน ทราบชื่อ นางจันทร์ คำแก้ว อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.2 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี และ นางมณี คำแก้ว อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.2 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.คืนที่ผ่านมาที่ผ่านมา
ขณะที่ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กู้ภัย และ ปภ.นครศรีธรรมราช สาขาสิชล ยังคงระดมค้นหาผู้สูญหายจากรถบัสอีก 2 คน ท่ามกลางความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากอีกทั้งฝนตกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ได้ย่อท้อ ทาง พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ได้นำผ้าขาวม้า และผ้าห่มมาสนับสนุน ในขณะที่แพทย์ รพ.สิชล ได้นำทีมเดินทางเข้ามาตรวจร่างกายผู้รอดชีวิตทุกคน พร้อมให้ยาป้องกันไข้หวัดและแก้โรคเชื้อรา

ทั้งนี้ได้รับการเปิดเผยของนายยงยุทธ จิตสำรวย นายอำเภอสิชล จ.นครศรีธรรมราช ทราบว่า รถบัสคันดังกล่าวมีนายวิสรรค์ แขวงเมฆ คนขับทะเบียนหมายเลข 10-009 สุราษฎร์ธานี เป็นคนขับ โดยได้รับการจ้างเหมามางานศพที่บ้านสองแพรก หมู่ 2 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พร้อมผู้โดยสาร 51 คน รวมคนขับจำนวน 52 คน หลังเสร็จจากการร่วมงานศพได้เดินทางกลับ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฏร์ธานี ระหว่างทางถึงหน้าสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งภาคใต้ฯ หมู่ 7 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกน้ำท่วมถนนสูง 1 เมตร กระทั่งรถเกิดเสียหลักตกลงไหบ่ถนนและได้ถูกกระแสน้ำพัดตกข้างทาง

ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือและนำมาพักที่ศูนย์พักพิง หอประชุมที่ว่าการ อ.สิชล รวมเป็น 49 คน ยังสูญหายหาไม่พบอีก 2 คน ประกอบด้วยนางมณี คำแก้ว อายุ 63 ปี และนางจันทร์ คำแก้ว อายุ 68 ปี เจ้าหน้าที่ยังระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในพื้นที่ อ.ขนอม ฝนตกหนัก ท้องฟ้ามืดครื้มมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมกรรโชกแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร มีน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำฝนสะสมได้รับผลกระทบทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะบ้านในเพลา ต.ขนอม อ.ขนอม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้รับความเสียหายอย่างหนัก

Advertisement

อำเภอสิชล ท้องฟ้ามืดครื้ม มีฝนตกหนักถึงหนักมาก สลับกับมีแดดออกบ้างในระยะสั้นๆ ขณะที่ชายเล วลาคลื่นสูง 2-3 เมตร น้ำป่าไหลหลาก,น้ำล้นตลิ่งและปริมาณน้ำฝนสะสม ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านเต็มพื้นที่ เส้นทางหลวง 401 ช่วงหน้าเทศบาลตำบล.ทุ่งใส รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ มีแนวโน้มทีวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

นายวีระพรรณ สุขะวัลลิ ปลัดอาวุโส อ.สิชล เปิดเผยว่า ในพื้นที่ ต.เทพราช อ.สิชล น้ำจากเทือกเขานัน ไหลลงคลองช้างให้ และคลองสามเทพ พบว่ามีมวลน้ำป่าขนาดมหึมาไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็วและน่ากลัว โดยเฉพาะหมู่ 15 ได้รับผลกระทบโดยตรง ทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร ต้องเข้าไปตั้งศูนย์ ฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานสถานการณ์ให้พื้นที่ด้านล่างรวมทั้งอำเภอสิชลให้ทราบเป็นระยะ

ที่ อ.ท่าศาลา และ อ.นบพิตำ ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีหนักถึงหนักมาก น้ำป่าไหลหลาก,น้ำล้นตลิ่งและปริมาณน้ำฝนสะสม ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน เต็มพื้นที่ ระดับน้ำในลำคลองกลาย และพื้นที่น้ำขังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หลายเส้นทางไม่สามารถสัญจรได้ โดยมวลน้ำมหาศาลจากฝายบ้านเขาเหล็ก อ.นบพิตำได้ไหลทะลักลงมา ทำให้ อ.ท่าศาลากลายเป็นทะเล ในบางพื้นที่มีปริมาณสูง 1-1.5 เมตร มีรายงานว่า ทาง รพ.ท่าศาลาได้ขนย้ายผู้ป่วยกันจ้าละหวั่น เนื่องจากน้ำได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาคารที่พักผุ้ป่วยซึ่งอยู่ด้านหลัง ต้องจมน้ำ ปริมาณสูงกว่า 1 เมตร โดยเจ้าหน้าที่และญาติได้เร่งย้ายขึ้นมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว

อำเภอพรหมคีรี น้ำป่าเทือกเขาหลวง ได้ไหลบ่าทะลักมาตามสายน้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว อย่างรุนแรง ทางนายอำเภอพรหมคีรี จึงประกาศ ศบก.พรหมคีรี นำเจ้าหน้าที่พร้อมยานพาหนะเข่าไปอพยพราษฎร ในโซนภูเขา โดยเฉพาะ ต. ทอนหงส์ ออกจากพื้นที่ทั้งหมดแล้ว เพื่อป้องกันอันตรายจากดินโคลนถล่มที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยอพยพไปยังวัดวังลุงแล้ว 26 รายและกำลังไปช่วยในการอพยพมาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังอพยพราษฎรในพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำ ต.อินคีรีที่ ถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ไปอยู่ที่วัดโท เอก แล้วจำนวน 107 ราย

ขณะที่ชุดปฏิบัติการฯ ได้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง มีการอพยพประชาชนกันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นอกจากนี้มีประชาชนที่ฝ่าฝืนคำสั่งและป้ายบอกน้ำท่วมเส้นทางและขับรถฝ่าเข้าถูกน้ำพัดจนจมหาย สามารถช่วยรวดชีวิตมาได้อย่างทุลักทุเล 1 ราย โดยฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง และ น้ำป่าบนเทือกเขาหลวงก็ไหลทะลักลงมาไม่ขาดช่วง

จากการประเมินเบื้องต้นคาด่าว่าจะมีระดับน้ำไม่น้อยกว่าต้นปี 60 แต่คาดว่าความเสียหายจะน้อยกว่าเนื่องจากมีการเตรียมพร้อมรับมือและดำเนินการตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

ล่าสุดอาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ้งนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตกลางทุ่งนา พื้นที่ ม.5 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายนิกร ดำเจริญศักดิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 ม.5 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร โดยช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตออกไปทงเบ็ดหาปลา จนเช้าวันที่ 6 ยังไม่กลับบ้าน ทางญาติเลยออกตามหา จนพบว่าจมน้ำเสียชีวิต เนื่องจากในบริเวณดังกล่าวมีน้ำเชี่ยวประกอบกับฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก