เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่ร้านอาหารเรือนไทยติ๋มซำ อ.เมือง จ.ตรัง กลุ่มสภากาแฟเมืองตรัง กว่า 20 คน ประกอบด้วย นายนิพันธ์ ศิริธร อดีตนายอำเภอ ปลัดจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประธานกลุ่มสภากาแฟเมืองตรัง พร้อมสมาชิกประกอบด้วย นายปรีดิ์ปราโมทย์ เลิศวรภัทร เลขานุการกลุ่ม นายมณฑล ธรรมประดิษฐ์ นายประเวศ ไกรเทพ นายสายัณ ทองสม นายวิทยา แก้วท่าแค นางสารภี หนองรุด นายสมคิด ทองหนัน นายกิตติ ฐานธนาคุณ นายสถาพร มุ่งพรากเพียร นายชัยพร จันทร์หอม นายดำรง สินไชย นายสัญญา ศรีวิเชียร และนายพิน ปานแดง ร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดตรัง หลังจากที่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางมาจังหวัดตรัง ในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เพื่อตรวจสภาพสถานการณ์อุทกภัย และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดตรัง
นายนิพันธ์กล่าวว่า สภาพน้ำท่วมของจังหวัดตรัง หลักๆ เกิดจาก 3 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย ลุ่มแม่น้ำตรัง ต้นน้ำมาจากเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีแม่น้ำและคลองสาขาไหลลงแม่น้ำตรังประมาณ 7-8 สาย ผ่าน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จะไหลลงแม่น้ำตรัง ผ่าน อ.รัษฎา อ.วังวิเศษ อ.ห้วยยอด และ อ.เมือง เมื่อฝนตกหนักแม่น้ำสาขาจากเขาหลวง จะไหลหลากมาจังหวัดตรัง ผสมกับปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ ทำให้น้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แม้ว่าจะมีพนังกั้นน้ำแม่น้ำตรังทั้ง 2 ฝั่ง 5 ตำบล ประกอบด้วย ต.นาท่ามเหนือ ต.นาท่ามใต้ ต.นาตาล่วง ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก ในเขตพื้นที่ อ.เมืองตรัง แล้วก็ตาม แต่ด้วยปริมาณมวลน้ำมหาศาลจะไหลล้นทะลักท่อระบายน้ำขณะที่พนังกั้นน้ำเป็นพนังดิน เมื่อน้ำไหลทะลักจะกัดเซาะในที่สุดพนังก็จะแตกทุกปี ดังนั้นจึงต้องหาวิธีแก้ปญหาอย่างถาวร
“สมัยผมเป็นนายอำเภอเมืองตรัง มีโครงการขุดคลองระบายน้ำจากแม่น้ำตรัง ว่าเมื่อน้ำล้นจะมีวิธีระบายน้ำได้อย่างไร จึงมีการขุดคลองสายใหม่ รับผิดชอบโดยกรมชลประทานได้รับงบประมาณก่อสร้าง 900 กว่าล้านบาท หลังจากที่ผู้รับเหมาประมูลงบเงิน 600 กว่าล้านเท่านั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างเพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำตรัง แต่ก็เกิดปัญา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเวนคืน ให้ชาวบ้านพอใจด้วย บางคนต้องเสียบ้านทั้งหลังจึงต้องขอค่าชดเชยที่เหมาะสมจึงทำให้เกิดความล่าช้า จากนั้นเริ่มขุดในปี 2560 แต่ปรากฏว่าประสบปัญหาฝนตกมาอย่างต่อเนื่อง มีอุปสรรคกับการขุด ทำให้งานล่าช้าออกไป 70-80% โครงการแทนที่จะเสร็จปี 2561 อาจจะไปแล้วเสร็จปี 2562 ถ้าโครงการนี้แล้วเสร็จคาดว่าสามารถช่วยบรรเทา ผ่อนคลายปัญหาน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ในลุ่มแม่น้ำตรัง” นายนิพันธ์กล่าว
นายนิพันธ์กล่าวว่า หากต้องการแก้ปัญหาอย่างถาวร ยั่งยืนจะต้องแก้ปัญหาระดับลุ่มน้ำด้วยการร่วมแก้ไขกับจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ อ.ทุ่งสง เนื่องจากต้นน้ำแม่น้ำตรังมากเขาหลวง โดยมีคลองสาขาตั้งแต่ทุ่งสง 7-8 คลอง ไหลเข้าจังหวัดตรัง จึงมีความจำเป็นต้องสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเพื่อเก็บกักน้ำอย่างให้ไหลมาจังหวัดตรัง และทราบข้อมูลว่าทางชลประทานได้มีการดำเนินการจะสร้างอ่างเก็บน้ำที่คลองวังหีบ อ.ทุ่งสง แต่การทำงานมีอุปสรรค เกิดจากการต่อต้านของกลุ่มเอ็นจีโอให้เหตุผลว่ากระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงได้รับการต่อต้านมาก โครงการจึงติดขัด
“ส่วนลุ่มน้ำที่สอง คือลุ่มน้ำคลอนางน้อย อ.นาโยง จ.ตรัง คลองนางน้อยจะรับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง โดยที่น้ำจากเทือกเขาบรรทัดจะไหลเข้าตลาดเทศบาลตำบลนาโยง ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจ ลงสู่คลองนางน้อย ซึ่งเป็นคลองสายหลัก โดยมีคลองสายเล็กๆ หลายสาย รับน้ำเข้าท่วม ในเขต อ.เมือง สุดท้ายก็ไหลลงแม่น้ำตรัง แนวทางแก้ไขอย่างให้น้ำไหลเข้าตัว อ.นาโยง อ.เมืองตรัง โดยทางจังหวัดแก้ปัญหาด้วยการขุดคลองระบายน้ำผ่านคลองลำเลียง อ.ย่านตาขาว ออก ต.ทุ่งค่าย ต.คลองชีล้อม อ.กันตัง ลงสู่ทะเลตรัง มีการทำสัญญาแล้วแต่ปรากฏว่ายังมีปัญหาเรื่องค่าเวนคืนเช่นกัน จึงทำให้โครงการล่าช้าออกไป” นายนิพันธ์กล่าว
นายปรีดิ์กล่าวว่า ผลการประชุมปรึกษาหารือของกลุ่มสภากาแฟเมืองตรัง ที่มีการพูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดตรังอย่างยั่นยืนนั้น ตนจะรวบรวมสรุปผลทั้งหมด เพื่อยื่นเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเดินทางมาจังหวัดตรัง วันที่ 8 ธันวาคม หรือหากไม่สามารถยื่นได้ ก็จะส่งเรื่องผ่านนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อดำเนินการต่อไป และเชื่อมั่นว่า การเดินทางมาดูปัญหาด้วยตนเองของ พล.อ.ประยุทธ์ จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้กับจังหวัดตรังได้อย่างแน่นอน

