เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเรียกร้องรัฐบาลทบทวน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม หวั่นเร่งรีบอนุมัติโครงการโดยขาดความชอบธรรม ขาดการมีส่วนร่วม กระทบชุมชนและสิ่งแวดล้อม เตรียมพร้อมหากมีการออกหมายจับเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. เครือข่ายนักวิชาการ เอ็นจีโอและเครือข่ายภาคประชาชน เริ่มเตรียมความพร้อมในเรื่องของการยื่นขอประกันตัว ในกรณีที่มีการออกหมายจับ เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น กรณีการจัดกิจกรรมเดินเทใจให้เทพา เดินหานายกหยุดทำลายชุมชน และถูกสลายการชุมนุมเมื่อ 27 พฤศจิกายน หลังแกนนำ 16 คน ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และมีข่าวว่าจะออกหมายจับเพิ่มอีก 10 คนนั้น ทำให้ต้องเตรียมการณ์ในเรื่องของการยื่นขอประกันตัว และเรื่องของเงินที่จะใช้ในการต่อสู้ทางคดี โดยมีนักวิชาการจากหลายสถาบันการศึกษา พร้อมที่จะเป็นนายประกันให้ ในขณะที่กองทุนเทใจให้เทพานั้น มียอดบริจาคเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 8 แสนบาทแล้ว แม้จะได้ประกาศปิดรับบริจาคแล้วก็ตาม
นายกิตติภพ สุทธิสว่าง เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เห็นว่า รัฐบาลควรทบทวน พรบ.สิ่งแวดล้อม เพราะไม่เอื้อที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส ธรรมาภิบาล หรือให้มีการอนุมัติโครงการอย่างโปร่งใสชอบธรรม เป็นการทำเพื่อให้เสร็จสิ้นกระบวนการมากกว่า การที่รัฐบาลเข้ามาเพื่อปฏิรูปประเทศ ซึ่งเห็นว่ามี การออกกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่กลับกลายเป็นถอยหลังเข้าคลอง เช่น ให้สามารถมีการประมูลก่อสร้างโครงการก่อน ที่จะรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ โครงการลักษณะเดียวกัน สามารถใช้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯฉบับเดียวกันได้ เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า หลายปีที่ผ่านมา รัฐไม่ได้ใส่ใจขั้นตอน แต่มุ่งที่จะเร่งรีบอนุมัติโครงการ คนที่มีการติดตามเรื่อง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่เห็นด้วยที่หลายภาคส่วนเสนอให้หยุด พรบ.ฉบับนี้ก่อนและทบทวน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพราะถ้าบังคับใช้ พรบ.ฉบับจะเกิดปัญหาความขัดแย้งมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำ ยากจน กระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน ไม่สอดคล้องหลายมิติ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องทบทวน

