เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 นายทรงยศ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ราชสีห์สระแก้ว ที่ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล อส. และนายอำเภอ จาก 9 อำเภอ แข่งขันกีฬา เชื่อมสัมพันธ์ กว่า 3,000 คน กีฬาที่ใช้แข่งขัน จะเน้นกีฬาพื้นบ้าน เช่น เตะปี๊บ ปิดตาตีหม้อ ชักกะเย่อ ตีกอล์ฟมะเขือยาว กินวิบาก วิ่งกระสอบ เป็นตัน ส่วนกีฬาสากล มี เปตอง และ ฟุตบอล
นายทรงยศ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาราชสีห์สัมพันธ์ ได้มีการจัดติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง แต่มีบางครั้งต้องหยุดไป ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมตามสถานการณ์ วัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ให้มีการพบปะกันระหว่างพี่น้องราชสีห์จังหวัดสระแก้ว ที่ 1 ปี จะมี 1 ครั้ง ทั้งยังเป็นการส่งเสริม ให้รู้จักการออกกำลังกาย มีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ มีสติปัญญาที่จะช่วยราชการ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริม ให้นักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ และรู้จักการให้อภัย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการปฏิบัติงาน ในฐานะผู้นำชุมชน สามารถลดความขัดแย้งในหมู่บ้าน ในชุมชนของตนเองได้อีกด้วย
“การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ คณะกรรมการจัดงาน ได้กำหนดให้มีการแข่งขัน กีฬาหลายประเภท เช่นกีฬาพื้นบ้าน ได้แก่ การแข่งกินวิบาก ชักกะเย่อ ตีกอล์ฟ มะเขือยาว การาวิ่งกระสอบ ปิดตาตีหม้อ เตะปี๊บ ส่วนกีฬาสากลได้แก่ การแข่งขันเปตอง ฟุตบอล นอกจากนี้ มีการแข่งขันเตะปี๊บ และปิดตาตีหม้อ จากนายอำเภอทุกอำเภอ อีกด้วย” นายทรงยศ กล่าวอีก
สำหรับการแข่งขัน กีฬาพื้นบ้าน ประเดิมจากการแข่งขัน เตะปี๊บ โดยมีนายอำเภอจาก 9 อำเภอ และ ตัวแทน อบจ.สระแก้ว 1 คน ทำการแข่งขัน ผลปรากฏว่า นายอำเภอวังน้ำเย็นสามารถเตะปี๊บได้ไกลที่สุด คว้ารางวัลไป ส่วนปิดตาตีหม้อ จะใช้ระยะทางประมาณ 20 เมตร เมื่อปิดตาผู้แข่งขันแล้ว ทำการหมุนรอบตัว 10 รอบ จากนั้น มีผู้นำทางวิ่งไปตีหม้อที่ตั้งอยู่กับพื้น การแข่งขันตีหม้อ ผู้คว้ารางวัล เป็นตัวแทนนายอำเภอตาพระยา ใช้เวลา เพียง 1 นาที สามารถหาหม้อเจอและตีแตกก่อนเพื่อน
กิจกรรมการแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง ผู้นำหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านในจังหวัดสระแก้ว กว่า 3,000 คน สร้างความสนุกสนาน เต็มไปด้วยมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน สร้างความปรองดอง นำไปสู่ความเข้มแข็งภายในชุมชน อย่างยั่งยืนตลอดไป


