หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านดีใจรู...

ชาวบ้านดีใจรู้ข่าวมีงบอนุรักษ์เรือทวารวดี รับ ‘อยากอ่าน’ หนังสือ ‘เรือพนม-สุรินทร์’ ไม่รู้กรมศิลป์พิมพ์แจก

6.12.17 | 14:43 น.

สืบเนื่องกรณีกรมศิลปากรมีการตีพิมพ์หนังสือ “แหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ผลการศึกษาทางโบราณคดีระหว่างปี 2556-2558” จำนวน 1,000 เล่ม ซึ่งนายดุสิต ทุมมากรณ์ หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เปิดเผยว่าเป็นการพิมพ์แจก ไม่ได้มีจำหน่ายแต่อย่างใด รวมถึงชี้แจงว่ามีงบฯ ปี 62-64 ในการอนุรักษ์และพัฒนา หลังเกิดการตั้งคำถามจากชาวบ้านว่าแหล่งเรือถูกทอดทิ้งโดยปล่อยให้น้ำท่วมพื้นที่ซึ่งเป็นนากุ้งแล้วนั้น


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นางสินา อยู่เย็น อายุ 62 ปี เจ้าของร้านขายของชำตรงข้ามวัดวิสุทธิวราราม ริมคลองสหกรณ์ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งเรือโบราณ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทราบว่ากรมศิลปากรมีแผนที่จะทำงานต่อไป ก่อนหน้านี้คิดว่าจะไม่มีการดำเนินงานต่อแล้ว เพราะไม่ได้รับทราบข่าวใดๆจากกรมศิลปากรและเห็นว่าแหล่งเรือถูกทิ้งไว้โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาบ้างนานๆครั้ง ส่วนตัวอยากให้มีคนเข้ามาเที่ยวเยอะๆเหมือนตอนพบใหม่ๆ ซึ่งทำให้วัดและชุมชนคึกคักมาก อย่างไรก็ตาม เข้าใจดีว่ากรมศิลปากรคงมีภาระงานมาก เพราะต้องดูแลหลายพื้นที่ แต่อยากให้ช่วยดูแลแหล่งเรือด้วย ส่วนเรื่องการพิมพ์หนังสือ ตนเพิ่งทราบข่าว ถ้าแจกชุมชนด้วยจะดีมาก จะได้นำมาอ่าน เพราะอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรือโบราณ ที่ผ่านมาทราบเพียงคร่าวๆว่าเป็นเรือสินค้า และสำคัญมาก ตอนมีป้ายจัดแสดงนิทรรศการ อ่านไม่ทัน เพราะต้องอยู่เฝ้าร้านขายของด้วย

“ดีนะที่กรมศิลป์ทำหนังสือแจก แต่ไม่รู้มาก่อน ถ้าได้รับจะอ่านแน่นอนเพราะอยากรู้ มันเป็นเรื่องของบ้านเราเอง นี่อยู่มาตั้งแต่ 7 ขวบ ปีนี้ 62 แล้ว คนเขาพูดว่าเป็นเรือสินค้า มีโอ่งไหอะไรเยอะแยะ เห็นกรมศิลป์เงียบไปเป็นปี คิดว่าคงงานเยอะ อาจทำงานที่อื่นอยู่ แต่ก็อยากให้มาทำแหล่งเรือให้เสร็จ การพัฒนาก็แล้วแต่กรมศิลป์ว่าจะทำอย่างไร ถ้าทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วยก็ดี ก่อนนี้คนมาเที่ยวเยอะ ตอนนี้ไม่มีคนเลย เพราะน้ำท่วมเต็ม มาก็ไม่เห็นอะไร ไม้ที่เจอใส่ในอ่าง แช่น้ำ” นางสินากล่าว

เครื่องแก้บนแม่ย่านางเรือเพื่อขอหวย ที่ยังมีตกค้างตรงอ่างหล่อน้ำกร่อยเก็บท่อนไม้กระดูกงูเรือโบราณ (แฟ้มภาพ)

ทั้งนี้ เรือโบราณพนม-สุรินทร์ ถูกค้นพบเมื่อปี 2554 ใน ‘วังกุ้ง’ ของ 2 สามีภรรยา นางพนม และนายสุรินทร์ ศรีดีงาม ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร กระทั่งกรมศิลปากรเข้าไปศึกษาโดยมีข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นเรืออาหรับโบราณขนาดใหญ่ มีความสำคัญยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์การเดินเรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีอายุร่วมสมัยยุคทวารวดี เมื่อกว่าพันปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงชายฝั่งทะเลยุคทวารวดีในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย ภายในเรือพบโบราณวัตถุอาทิ ภาชนะดินเผารูปแบบที่ไม่เคยพบในดินแดนไทยมาก่อน ,หมากจำนวนมาก, ท่อนไม้ และแท่นหินทรงกลม  เป็นต้น

Advertisement
ซากเรือโบราณเลียบชายฝั่ง ยุคทวารวดี ราว พ.ศ. 1000 จมโคลนเลนนากุ้ง ใกล้วัดวิสุทธิวราวาส (วัดกลางคลอง) ต. พันท้ายนรสิงห์ อ. เมืองฯ จ. สมุทรสาคร ภาพนี้เป็นแหล่งขุดค้นของนักโบราณคดี กรมศิลปากร (ถ่ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558)