หน้าแรก ภูมิภาค จ.สุราษฎร์ธาน...

จ.สุราษฎร์ธานีฝนหนัก ปู่วัย 77 สาหัสระหว่างลุยน้ำท่วมกลับบ้าน

6.12.17 | 15:28 น.

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สุราษฎร์ธานี รายงานว่าในรอบ 24 ชั่วโมงได้มีฝนตกหนักปริมาณมากที่สุดที่บ้านนาตาดี หมู่ 1 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก วัดได้ 420 มิลลิเมตร , บ้านคลองคราม หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก วัดได้ 340 มิลลิเมตร , บ้านหน้าถ้ำ หมู่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 220 มิลลิเมตร , บ้านปากฮาย หมู่ 10 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 150 มิลลิเมตร และบ้านท่าทอง หมู่ 2 ต.ท่าทอง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี วัดได้135 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ นายอุดม เพชรคุต ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 11 สุราษฎร์ธานี ส่งชุดปฏิบัติการ 8 นาย พร้อมรถขนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน และเรือยนต์กู้ภัยอีก 2 ลำ ฝ่ากระแสน้ำไปขนย้ายผู้ที่ติดอยู่ในบ้านที่หมู่ 4 ต.ชลคราม อ.ดอนสัก ออกมาได้อย่างปลอดภัย

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 13.00 น.ช่วงที่อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน อ.ดอนสัก กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของผู้ประสบภัยพื้นที่หมู่ 4 ต.ชัยคราม อ.ดอนสัก ได้ประสบเหตุชายชราตกน้ำ อยู่ริมถนนชลคราม-ห้วยเสียด จึงรีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลดอนสัก ทราบชื่อ นายโรจน์ แจ่มสุริยา อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 3 ต.ชัยคราม อ.ดอนสัก ซึ่งช่วงเกิดเหตุนายโรจน์ ได้เดินไปตามถนนที่มีน้ำท่วมสูง 70 เซนติเมตรเพื่อกลับบ้าน แต่เกิดสะดุดล้มลงถูกกระแสน้ำพัดจมหายในร่องข้างถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันแต่นายโรจน์ได้ลำลักน้ำเข้าไปจำนวนมากขณะนี้อาการสาหัส

วันเดียวกัน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อม ว่าที่ ร.ท.สมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ ได้เข้าสำรวจความเสียหายสะพานวังตะเคียน เชื่อมระหว่างหมู่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ กับหมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก ซึ่งได้นำแผ่นพื้นคอนกรีตวางใช้สัญจรชั่วคราว ได้ถูกน้ำป่ากัดเซาะคอสะพานและพัดแท่นปูนบางส่วนเคลื่อนออก โดยกระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่งทำให้คลองขยายจากกว้าง 10 เมตรเป็น 20 เมตร และพัดพื้นที่สวนปาล์มชาวบ้านหายไปกับกระแสน้ำ จากนั้น ไปดูจุดสะพานแบลี่ย์(สะพานชั่วคราว) มูลค่า 25 ล้านบาท ข้ามคลองสระ เชื่อมหมู่ที่ 3 กับหมู่ 8 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ที่มีน้ำป่าภูเขารอยต่อ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ไหลเชี่ยวรุนแรงกัดเซาะตลิ่ง และคอสะพานใกล้ขาดมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกน้ำพัดพังเสียหาย จึงได้ใช้รถแบคโฮรื้อโครงเหล็กสะพานออกก่อน เมื่อน้ำลดจะซ่อมคอสะพานนำมาติดตั้งใหม่และสร้างสะพานถาวร พร้อมทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่กลัวจะไม่มีสะพานใช้ข้าม

รายงานข่าวแจ้งว่า ผลจากน้ำป่าไหลหลากเมื่อคืนวันที่ 5 ต่อเนื่องวันที่ 6 ธันวาคม มีพื้นที่ 2 อำเภอได้รับผลกระทบหนักมี อ.กาญจนดิษฐ์ 3 ตำบล 20 หมู่บ้าน อ.ดอนสัก 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน สภาพอากาศฟ้าสว่างมีแดดสลับเมฆฝนเป็นช่วงๆ แต่ยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวในพื้นที่ตลอด เนื่องจากสภาพดินได้อุ้มน้ำมาหลายวันจนรับไม่ไหวแล้ว ประกอบกับช่วงเวลา 13.00-15.00 น.วันที่ 6- 8 ธันวาคม 2560 เป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด 2.20 – 2.80 เมตร จะทำให้น้ำระบายลงทะเลได้ช้ากว่าปกติ ล่าสุด ใน จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประสบภัยเพิ่มรวมเป็น 15 อำเภอ 65 ตำบล 374 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 19,976 ครัวเรือน 75,161 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง เสียหายบางส่วน 2 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 14,060 ไร่ ถนน 141 สาย คอสะพาน 14 แห่ง มูลค่าเสียหายเบื้องต้น 50 ล้านบาท