เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงได้มีฝนตกหนักปริมาณมากที่สุดที่บ้านนาตาดี หมู่ 1 ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก วัดได้ 420 มิลลิเมตร , บ้านคลองคราม หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก วัดได้ 340 มิลลิเมตร , บ้านหน้าถ้ำ หมู่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 220 มิลลิเมตร , บ้านปากฮาย หมู่ 10 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ วัดได้ 150 มิลลิเมตร และบ้านท่าทอง หมู่ 2 ต.ท่าทอง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี วัดได้135 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ นายอุดม เพชรคุต ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 11 สุราษฎร์ธานี ส่งชุดปฏิบัติการ 8 นาย พร้อมรถขนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน และเรือยนต์กู้ภัยอีก 2 ลำ ฝ่ากระแสน้ำไปขนย้ายผู้ที่ติดอยู่ในบ้านที่หมู่ 4 ต.ชลคราม อ.ดอนสัก ออกมาได้อย่างปลอดภัย
วันเดียวกัน นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อม ว่าที่ ร.ท.สมชาย เรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ ได้เข้าสำรวจความเสียหายสะพานวังตะเคียน เชื่อมระหว่างหมู่ 13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ กับหมู่ 11 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก ซึ่งได้นำแผ่นพื้นคอนกรีตวางใช้สัญจรชั่วคราว ได้ถูกน้ำป่า กัดเซาะคอสะพาน และพัดแท่นปูนบางส่วนเคลื่อนออก โดยกระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่งทำให้คลองขยายจากกว้าง 10 เมตรเป็น 20 เมตร และพัดพื้นที่สวนปาล์มชาวบ้านหายไปกับกระแสน้ำ
จากนั้น ไปดูจุดสะพานแบรี่(สะพานชั่วคราว) มูลค่า 25 ล้านบาท ข้ามคลองสระ เชื่อมหมู่ที่ 3 กับหมู่ 8 ต.คลองสระ อ.กาญจนดิษฐ์ ที่มีน้ำป่าภูเขารอยต่อ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ไหลเชี่ยวรุนแรงกัดเซาะตลิ่ง และคอสะพานใกล้ขาดมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกน้ำพัดพังเสียหาย จึงได้ใช้รถแบคโฮรื้อโครงเหล็กสะพานออกก่อน เมื่อน้ำลดจะซ่อมคอสะพานนำมาติดตั้งใหม่และสร้างสะพานถาวร พร้อมทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่กลัวจะไม่มีสะพานใช้ข้าม
นายวิชวุทย์ กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำระลอกใหม่ที่ไหลมาจาก จ.นครศรีธรรมราช โดยสั่งเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมแจ้งอพยพขนย้ายชาวบ้านที่อยู่ในที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และเส้นทางน้ำผ่าน ส่วนการรื้อสะพานเป็นแผนเตรียมการรองรับน้ำจาก อ.นพพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ไม่ให้สะพานเกิดเสียหาย คาดถ้าฝนไม่ตกเพิ่มและน้ำที่มาจาก จ.นครศรีธรรมราช ลดลงก็จะเข้าสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ผลจากน้ำป่าไหลหลากเมื่อคืนวันที่ 5 ต่อเนื่องวันที่ 6 ธ.ค.60 มีพื้นที่ 2 อำเภอได้รับผลกระทบหนักมี อ.กาญจนดิษฐ์ 3 ตำบล 20 หมู่บ้าน อ.ดอนสัก 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน สภาพอากาศฟ้าสว่างมีแดดสลับเมฆฝนเป็นช่วงๆ แต่ยังมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวในพื้นที่ตลอด เนื่องจากสภาพดินได้อุ้มน้ำมาหลายวันจนรับไม่ไหวแล้ว ประกอบกับช่วงเวลา 13.00-15.00 น.วันที่ 6- 8 ธ.ค.60 เป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด 2.20 – 2.80 เมตร จะทำให้น้ำระบายลงทะเลได้ช้ากว่าปกติ
ล่าสุด ใน จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประสบภัยเพิ่มรวมเป็น 15 อำเภอ 65 ตำบล 374 หมู่บ้าน 25 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 19,976 ครัวเรือน 75,161 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 1 หลัง เสียหายบางส่วน 2 หลัง พื้นที่การเกษตรเสียหาย 14,060 ไร่ ถนน 141 สาย คอสะพาน 14 แห่ง มูลค่าเสียหายเบื้องต้น 50 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 13.00 น.ช่วงที่อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน อ.ดอนสัก กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ไปช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของผู้ประสบภัยพื้นที่หมู่ 4 ต.ชัยคราม อ.ดอนสัก ได้ประสบเหตุชายชราตกน้ำ อยู่ริมถนนชลคราม-ห้วยเสียด จึงรีบช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลดอนสัก แต่เสียชีวิตเวลาต่อมาทราบชื่อ นายโรจน์ แจ่มสุริยา อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 3 ต.ชัยคราม อ.ดอนสัก ซึ่งช่วงเกิดเหตุนายโรจน์ ได้เดินไปตามถนนที่มีน้ำท่วมสูง 70 เซนติเมตรเพื่อกลับบ้าน แต่เกิดสะดุดล้มลงถูกกระแสน้ำพัดจมหายในร่องข้างถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้ทันแต่นายโรจน์ได้ลำลักน้ำเข้าไปจำนวนมากจนเสียชีวิตดังกล่าว

