ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ภายหลังฝายกั้นน้ำวัดภูเขาเหล็ก อ.นบพิตำอุ้มน้ำไม่ไหวเกิดพังถล่ม มวลน้ำมหาศาลจึงไหลทะลักบ่าอย่างเชี่ยวกราดซัดบ้านเรือนของชาวบ้านที่ปลูกอาศัยอยู่เชิงเขาพังพินาศเสียหาย ส่งผลให้พื้นที่ อ.ท่าศาลาซึ่งอยู่ปลายน้ำได้รับผลกรนะทบโดยตรง ทำให้กลายเป็นทะเลสาบ เส้นทางถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะถนนสายหลัก นครศรีฯ-ท่าศาลายังไม่สามารถสัญไปมาได้เช่นกัน
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ที่โรงพยาบาลท่าศาลา น้ำได้เพิ่มปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อาคารด้านหลังตึกอำนวยการ จึงมีน้ำไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทำให้ชั้นหนึ่งซึ่งเป็นที่พักผู้ป่วย และ ห้องรักษา ตรวจโรค ต้องขนย้ายอุปกรณ์เครื่องมือออกไปอย่างรวดเร็ว โดยให้ไปพักในตึกใหม่ ซึ่งเกรงว่าจะยังคงมีปริมาณน้ำสูงมากขึ้น ขณะที่มีผู้ป่วยครบกำหนดคลอดญาติต้องนำขึ้นเรือพายไปส่งยัง รพ. ขณะที่เจ้าหน้าที่ รพ.แจ้ง หากเป็นคนไข้ทั่วไปขอให้ส่งไปรักษาที่ รพ.มหาราชเป็นการชั่วคราว หรือ รักษาที่ รพ.ใกล้เคียงแทน
เวลา 15.00 น. นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า เมื่อคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2560 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เผชิญกับสภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องซึ่งอยู่ในโซนเทือกเขาหลวงทุกอำเภอ วัดได้ประมาณ 450 มิลลิเมตรที่อำเภอนบพิตำ ทำให้เกิดผลกระทบโดยมวลน้ำจากยอดเขาไหลบ่าลงมาเป็นน้ำป่าไหลหลาก รวดเร็ว รุนแรงและฉับพลัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังกระจายทั่วในพื้นที่รอบเขาหลวงทั้งหมดตั้งแต่อำเภอขนอม นบพิตำ สิชล ท่าศาลาหลากลงมาตั้งแต่อำเภอขนอม ท่าศาลา พรหมคีรี ลานสกา ฉวาง ทุ่งสง ทุ่งใหญ่ ร่อนพิบูลย์ พิปูน ช้างกลาง ถ้ำพรรณรา เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงมาในเขตตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนไหลออกสู่ ทะเล
นายจำเริญกล่าวว่า หลักการของจังหวัดคือต้องเคลื่อนย้ายอพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด และจากนี้เป็นต้นไปต้องอยู่ในเตรียมพร้อมรับมือสภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยมีการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดทุกวัน สิ่งที่ไม่ประมาทคือต้องพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทุกเวลา ทางจังหวัดได้มีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ มีการคอนเฟอเร้นกับทุกอำเภอวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและค่ำ เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการ รวมทั้งรับข้อร้องขออุปสรรค โดยมีการมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระจายกันลงพื้นที่ 3 โซน เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ การช่วยเหลือ โดยให้ท้องถิ่นท้องที่เป็นศูนย์จัดการภัยพิบัติ หากเกินกำลังจังหวัดก็พร้อมลงไปช่วยเหลือทันทีผ่านทางนายอำเภอ พร้อมจัดตั้งโรงครัวดูแลประชาชนที่อพยพในศูนย์อพยพทั้งในด้านการอยู่กิน สุขภาพ รวมทั้งการใช้เครื่องมืออุปกรณ์เข้าไปรับผู้ป่วย คนชรา ในพื้นที่โดยใช้เรือหรือรถยกสูง
นายจำเริญ กล่าวว่า ส่วนสนามบินยังใช้บริการได้ตามปกติ มีการใช้เครื่องสูบน้ำออกจากสนามบิน ถนนสายหลักหมายเลข 41 ยังใช้ได้ปกติ แต่มีถนนระหว่างอำเภอทุกน้ำท่วมขังในบางเส้นทางรถผ่านไม่ได้ เส้นทางใดน้ำท่วมไม่สูงจะเร่งเข้าไปแก้ไข ซึ่งจะมีการแจ้งปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบทุก 3 ชั่วโมง โดยขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์และวิทยุทุกคลื่นความถี่ เฟสบุ๊ค ไลน์ต่าง ๆ สำหรับโรงพยาบาลทุกแห่งยังให้บริการได้ได้ตามปกติ แม้ว่าโรงพยาบาลบางแห่งจะมีน้ำท่วมขังทางเข้าแต่ในตัวโรงพยาบาลยังให้บริการได้ตามปกติ มีรถยกสูงให้บริการในการเดินทางเข้าออก
นายจำเริญกล่าวว่า สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัย 23 อำเภอ 160 ตำบล 1,364 หมู่บ้าน 50 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 417,021 คน 130,490 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตรวม 6 คน ส่วนมูลค่าความเสียหายยังอยู่ระหว่างสำรวจ สำหรับรถบัสเช่าเหมาที่ถูกกระแสน้ำพัดตกถนนเมื่อคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2560 พื้นที่ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชลนั้น เจ้าหน้าที่ได้ค้นหาศพจนพบแล้ว จำนวน 2 ศพ ส่วนผู้โดยสารที่เหลือปลอดภัย

