เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองนครศรีธรรมราช กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยังคงเหลือพื้นที่น้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำ พบว่าตลอดคืนและช่วงเช้าของวันนี้ ฝนหยุดตก และแดดจ้าทั้งวัน ส่งผลให้ถนนสายหลัก ถนนพัฒนาการคูขวาง ถนนราชดำเนิน และถนนกะโรม รถยนต์สามารถสัญจรไปมาได้ทั้งขาเข้าและขาออก ส่วนตามซอยต่างๆยังคงมีเหลืออยู่บ้าน เนื่องจากเป็นที่ลุ่มต่ำ อย่างเช่นภายในซอย พะเนียด 30 ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่บ้างเล็กน้อย แต่รถทุกชนิดก็ยังสามารถขับผ่านสัญจรได้ตามปกติ เช่นเดียวกับถนนบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลนครศรีธรรมราช หรือ ตลาดสดคูขวาง ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ริมถนนเพียงเล็กน้อย ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้า ริมถนนได้เริ่มออกมาทำความสะอาดร้านของตัวเอง เพื่อเตรียมเปิดการค้าขายตามปกติ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมเมืองนครศรีธรรมราชเริ่มคลี่คลายลงแล้ว
ขณะที่บริเวณที่ลุ่มต่ำรอบรันเวย์ สนามบิน ภายในท่าอากาศยานนครนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ต่างเร่งระดมสูบน้ำออกจากสนามบิน โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 50,000 ลิตร /วินาที จำนวน 3 เครื่อง ตลอด 24 ชม มีเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแล พร้อมมีทหารจาก มณฑลทหารบกที่ 41 กองทัพภาคที่ 4 บรรจุทรายใส่กระสอบกั้นบริเวณริมถนน พบว่า ภายหลังมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 3 เครื่อง แล้ว ปริมาณน้ำที่สูบออก ผ่านไปยังคลองท่าแพ แล้วไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ลดลงประมาณ 40 ซม. จากขอบในสนามบิน ขณะที่หัวสูบลึกลงไปวัดได้ 180 ซม.

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการจากการตรวจสำรวจภายในท่าอากาศยานพบว่า น้ำบริเวณถนนโดยรอบไม่มีน้ำแต่อย่างใด ยังคงเหลือบริเวณรอบสนามบินเท่านั้นซึ่งเป็นที่ต่ำ โดยตั้งแต่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อระดมสูบน้ำออกจากสนามบินโดยเฉพาะรอบรันเวย์ ซึ่งหลายฝ่ายต่างกังวลว่า อาจจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก เนื่องจากที่ตั้งของท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เดิมเป็นแก้มลิงที่ซับน้ำของเขตพื้นที่ เมือง พรหมคีรี ลานสกา เป็นต้น อย่างไรก็ตามนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า อยู่ในแผนปีนี้อยู่แล้ว บวกโครงการฟลัดเวย์ 9,580 ล้าน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 61
ขณะที่ สถานีบขส.นครศรีธรรมราช สามารถให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากถนนสายต่างๆสามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังทุกหน่วยงานต่างระดมแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาเป็นการเบื้องต้น


