ความคืบหน้ากรณี ชุดพญาเสือ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ หมู่ 7 ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนว่าภายในวัดดังกล่าวมีไม้ท่อนและไม้แปรรูปจำนวนมาก ร่วมทั้งการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในวัด ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนว่าภายในวัดดังกล่าวมีไม้ท่อนและไม้แปรรูปจำนวนมาก ร่วมทั้งการตั้งโรงงานแปรรูปไม้ภายในวัด
ล่าสุดวันนี้ 8 ธันวาคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ นายสิกขพงษ์ กระแจะจันทร์ หัวหน้าเขตห้าล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม นายอาภรชัย อวยพรชัยรัตน์ หัวหน้าสายตรวจฯ สบอ.3 (บ้านโป่ง) นายยุทธพงษ์ ดำศรีสุข ผช.หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก สว.กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ชุด ศปทส.ภาค 7 นายกฤติ มังกะโรทัย ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ร้อย รส.ร.29 เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมที่วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ เนื้อที่ 242 ไร่ เพื่อเก็บหลักฐาน พร้อมทั้งทำแผนผังสิ่งปลูกสร้างรวมถึงตำแหน่ง จำนวนกองไม้ในวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ

โดยได้แบ่งชุดกำลังเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตรวจค้น และนับไม้ที่สงสัย เพื่อกำหนดตำแหน่งเพื่อให้เจ้าอาวาส แสดงหลักฐานตามตำแหน่งที่กำหนด ถ้าไม่สามารถแสดงได้ คณะเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการกฎหมายป่าไม้ ต่อไป และจัดทำแผนผังแสดงสิ่งปลูกสร้างและแสดงตำแหน่งของไม้พร้อมจำนวน เบื้องต้นพบว่า โกดังที่ 1 เป็นไม้ท่อนขนาดใหญ่ และไม้แปรรูป โกดังที่ 2 ไม้แปรรูปขนาดใหญ่ลักษณะอำพรางเป็นสิ่งประดิษฐ์ โกดังที่ 3 ไม้แปรรูปเก่าและใหม่ โกดังที่ 4 ไม้แปรรูปในลักษณะอำพรางเป็นสิ่งประดิษฐ์จำนวนมาก โกดังที่ 5 ไม้แปรรูปเก่า และเครื่องจักร และโกดังที่ 6 ไม้แปรรูปบรรจุอยู่ในตู้คอนเทรนเนอร์ จากการตรวจนับแบ่งเป็น ไม้ท่อน จำนวน 190 ท่อน ปริมาตร 1,275 ลบ.ม. ไม้แผ่นรวม จำนวน 3,500 แผ่น ปริมาตรประมาณ 3,000 ลบ.ม. รวมปริมาตรที่ตรวจยึด ประมาณ 4,200 ลบ.ม. พร้อมประสาน พระเย็น หมง เจ้าอาวาสวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ เพื่อขอสำเนาใบกำกับภาษี ใบกำกับสินค้า และเอกสารที่สามารถแสดงยืนยันว่าได้ไม้มาถูกต้องทุกฉบับให้กับเจ้าหน้าที่
พร้อมกันนี้ได้ทำการบันทึกตรวจยึดและอายัดบัญชีไม้ของกลาง พร้อมทั้งภาพประกอบในพื้นที่บริเวณวัดฯ จะส่งให้เป็นคดีพิเศษ และส่งมอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป รวมทั้งตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ว่าเป็นไปตามที่ทางวัดได้ขอใช้ประโยชนม์หรือไม่ ถ้าไม่ตรงหรือบุกรุกเพิ่มออกไป คณะเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินคดีข้อหายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป ขณะเดียวกันได้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินที่ซ้อนทับกับพื้นที่ ส.ป.ก.ว่า ส่วนที่ขอ ส.ป.ก.ไปนั้น เป็นที่ดินของใคร ส.ป.ก.ให้กับใคร ผู้ถือครองเป็นใคร และตรงตามวัตถุประสงค์ของ ส.ป.ก.หรือไม่
ทั้งนี้คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาร่วมกันเห็นว่าให้ทางวัดเมตตาธรรมโพธิญาณ หรือ เจ้าอาวาส นำเอกสารมาแสดงตามผังแปลงตรวจยึดดังกล่าว ภายใน 30 วัน โดยคณะเจ้าหน้าที่จะกำหนดวันเข้าตรวจสอบอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจะได้เสนอเพิกถอนออกจากการเป็นพุทธอุทยานต่อไป


