พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิรพันธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหน้า คณะพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ‘ดีเอสไอ’ ซึ่งอยู่ ในสังกัดของกระทรวงยุติธรรม โดยภาพรวมถือว่าคำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสอดคล้องกับข้อมูล ของตำรวจชุดคลี่คลายดีที่ได้จากการสืบสวนและการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้ โดยประเด็น คำถามที่ตั้งไว้ 30 – 40 ประเด็นคำถาม ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่แต่ละคนว่าใครทำหน้าที่อะไร การปฏิบัติหน้าที่มีคำสั่งหรือระเบียบรองรับหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทั้ง 5 คน ได้ให้ปากคำ ครบทุกประเด็นที่เป็นข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันว่า การสอบปากคำยังเป็นการเชิญมาสอบในฐานะพยาน ซึ่งยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่คนใด เพราะต้องนำสำนวนการสอบปากคำเข้าที่ประชุม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนก่อน จึงจะร่วมกันพิจารณาอีกครั้งว่าจะมีการตั้งข้อกล่าวหาหรือไม่
การสอบปากคำเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้ง 5 คนที่เชิญมาวันนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ใน 5 คนนี้ มีหนึ่งคนที่เราสอบในรายละเอียดมากกว่าคนอื่น ก็คือ นายธิตินัย พาติกบุตร หรือ นายเอ็ม เจ้าหน้าที่ คดีพิเศษชำนาญการพิเศษ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพยานต่างๆ มากกว่าคนอื่นๆ โดยมีการสอบถามในประเด็น เกี่ยวกับการรับสารภาพของนายสับ วาปีด้วย แต่ทั้งหมดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ สำหรับเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม อีก 2 คน ที่ไม่มาให้ปากคำในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวน อาจจะไม่เชิญเข้ามาให้ปากคำก็ได้ เนื่องจากทั้ง 2 คน ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอน การปฏิบัติงาน ในภาคสนาม เพียงแค่มีรายชื่อในคณะทำงานเท่านั้น ซึ่งทางคณะพนักงานสอบสวนจะร่วมกันพิจารณา อีกครั้ง
นอกจากนี้ อาจจะมีการนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กระบะ บค 56 สกลนคร ไปตรวจสอบอีกครั้ง ในประเด็นที่ยังสงสัย เนื่องจากตำรวจมีข้อมูลว่า รถคันดังกล่าวมีการเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียน ก่อนที่จะมีการนำไปตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งจะมีการดำเนินการหลังจากนี้ เพื่อสรุปสำนวน ให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 20 ธันวาคม นี้

