เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวบ้านหมู่ 1 บ้านหัวสนอ่อน ต.หัวเขา อ.สิงหนคร จ.สงขลา ในพื้นริมอ่าวไทย กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หลังสภาพคลื่นลมในอ่าวไทยทวีกำลังแรงขึ้น ซัดเข้าสู่ชายฝั่ง ทำให้มีความเสี่ยงที่บ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้นพังเสียหาย จนต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และเนื่องจากคลื่นลมแรงได้ซัดถล่มจนชายหาดที่กั้นกลางระหว่างทะเลกับชุมชนจมหายไป ทำให้คลื่นสามารถซัดเข้ามาจนถึงบ้านเรือนของประชาชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณนั้น ที่มีอยู่ประมาณ 20 หลังคาเรือน โดยบางช่วงคลื่นได้ซัดน้ำเข้าบ้าน จนชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายมาป้องกัน และต้องคอยเฝ้าสังเกตสภาพคลื่นลมอยู่ริมถนนตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่าคลื่นจะซัดถล่มบ้านเรือนของตัวเองจนพังเสียหาย และเนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพประมง และขาดรายได้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือ

นางข้วน ศรีสมุทร ชาวบ้านที่เดือดร้อน กล่าวว่า ชาวบ้านแถวนี้ต้องคอยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำกันเองมาหลายวัน เพราะคลื่นลมที่แรงขึ้นนั้น ซัดเข้ามาจนถึงบ้านเรือน แม้ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านยกพื้น เพราะอยู่ติดทะเล แต่คลื่นก็ยังสาดเข้าบ้าน จนไม่ได้นอนพักผ่อน เพราะไม่กล้าที่จะนอน กลัวคลื่นซัดบ้านพัง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีส่วนราชการจากหน่วยใดเข้ามาดูแล หรือสอบถามสารทุกข์สุขดิบเลย ซึ่งก็เข้าใจว่าปัญหาเรื่องคลื่นลมนั้น การป้องกันคงทำได้ยาก แต่เมื่อเกิดภัยแล้ว ก็ขอให้เข้ามาเยี่ยมเยียนดูแล อาจจะนำเต็นท์มากางริมถนน เพื่อให้ชาวบ้านได้อพยพไปอยู่ชั่วคราวหน้าบ้านเรือนของตัวเอง และบรรเทาความกังวลใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา ได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 10 เรื่องคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ความกดอากาศสูงกำลังแรงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกระลอกหนึ่งได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยแล้ว ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น บริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงมา ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเลระมัดระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 9-12 ธันวาคม



