จากกรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อ้างว่าตนเองถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เลข 533725 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท แต่สลากฯ ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลาก จนเกิดการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งต่อมาต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ซื้อและถูกรางวัลที่ 1 จนเป็นข่าวฮือฮาอยู่ในขณะนี้
ล่าสุด วันที่ 9 ธันวาคม ร.ต.อ.จิรายุทธ์ ชัชรินทร์กุล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ร้อยเวรเจ้าของคดี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ภายหลังจากที่วานนี้ได้เชิญตัวนางรัตนาพร กับเพื่อนแม่ค้าขายลอตเตอรี่ไปพบเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม แต่เมื่อพนักงานสอบสวนเห็นกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก จึงให้ทั้งสองกลับไปก่อน ขณะที่ทั้งสองก็ไม่ยอมเปิดปากใดๆ รีบเดินออกจากห้องไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ด้านหลังอาคารแล้วขับออกไปทันที โดยเบื้องต้นทราบว่า ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับใคร
ขณะที่วานนี้ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจได้นำผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่ซื้อลอตเตอรี่ และที่บ้านพักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งระบุว่า เป็นสถานที่ที่นายตำรวจคนดังกล่าวนัดมาเจรจาไกล่เกลี่ยให้ยอมรับว่า เป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวได้ ในขณะที่มีหญิงสาวสองคนโผล่เป็นพยานหักล้างคำให้การของแม่ค้าลอตเตอรี่ พร้อมยืนยันว่า วันที่ 31 ตุลาคม แม่ค้าลอตเตอรี่เคยนำลอตเตอรี่เลข 26 มาเสนอขายให้ ซึ่งไม่ตรงกับที่เคยบอกว่าได้เก็บเลขดังกล่าวไว้ให้ครูปรีชาที่สั่งจองเท่านั้น
ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่มี และเชื่อว่าเรื่องนี้ทำเป็นขบวนการ ซึ่งมีมากกว่า 5 คน ชี้ว่ากรณีนี้เข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจร
ทางด้านนายปรีชาได้เก็บตัวเงียบและปิดโทรศัพท์ มีเพียงทนายพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์เพียงสั้นๆ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางตำรวจปิดเป็นความลับทั้งหมด ส่วนเรื่องการเข้าเครื่องจับเท็จ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ประสานมาแต่อย่างใด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตำรวจ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่ามีหลักฐานสำคัญ แต่ไม่ขอเปิดเผย ในส่วนของนางรัตนาพร แม่ค้าที่อ้างว่าจำหน่ายสลากให้กับ ครูปรีชา ต่างปิดโทรศัพท์เงียบและไม่ได้มาตั้งแผงจำหน่ายสลากหลายวันแล้วเช่นกัน
สำหรับทางตำรวจที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้ขึ้นมา ทางประธานคณะทำงานก็ไม่ยอมเปิดเผยในรายละเอียดใดๆ บอกแต่เพียงว่า ให้รอ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้ให้รายละเอียดเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีการให้สัมภาษณ์ว่ากรณีที่เกิดขึ้นเป็นขบวนการ “อังยี่” นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานและอาจจะมีการฟ้องร้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้คู่กรณีและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามไม่ออกมาให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์ใดๆ คาดว่าเป็นเพราะเกรงว่าจะให้การที่ขัดแย้งกันเอง ซึ่งจะเป็นหลักฐานให้อีกฝ่ายนำหักล้างได้ ขณะที่ประชาชนและชาวโลกโซเชียลต่างวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา โดยทุกคนอยากทราบว่าบทสรุปสุดท้ายเหตุการณ์นี้จะจบลงอย่างไร ซึ่งสุดท้ายของเรื่องนี้จะต้องมีคนใดคนหนึ่งเป็นคนพูดโกหก และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

