หน้าแรก ภูมิภาค หวย 30 ล้านยื...

หวย 30 ล้านยืดเยื้อ ทนายหอบหลักฐานเอาผิดครู-แม่ค้า แจ้งความเท็จ ขายสลากเกินราคา (มีคลิป)

11.12.17 | 16:05 น.

จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี อ้างว่าตนเองถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท แต่สลากฯ ชุดดังกล่าวหายไป ต่อมา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลาก จนเกิดการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งต่อมาต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ซื้อและถูกรางวัลที่ 1 จนเป็นข่าวฮือฮาและเป็นที่ถกเถียงของคนในสังคม โดยเฉพาะชาวจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในขณะนี้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง และใครกันแน่คือผู้โชคดีคนนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ธันวาคม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมทีมงาน นำ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ อายุ 62 ปี เข้าพบ พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีนายปรีชา ใคร่ครวญ อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี นางรัตนาพร อายุ 58 ปี แม่ค้าที่ขายลอตเตอรี่ให้กับนายปรีชา รวมทั้ง นางสาวพัชริดา อายุ 53 ปี แม่ค้าขายลอตเตอรี่ ที่ขายลอตเตอรี่ให้กับ นางรัตนาภรณ์ โดยมีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากรอทำข่าว นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ นำโดย พ.ต.ต.อนุรักษ์ บุญค้ำพงศ์ สว.กก.5 บก.ป.เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

สำหรับหลักฐานที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด นำมามอบให้กับพนักงานสอบสวน ประกอบด้วย ภาพถ่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เลข 533726 ภาพถ่ายขณะที่ ครูปรีชา นางรัตนาภรณ์ และ นางสาวพัชริดา ไปออกรายการสวนกระแส ทางช่อง 3 รวมทั้งแผ่นซีดีที่ทั้ง 3 คนไปออกรายการดังกล่าวด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจาก ร.ต.ท.จรูญ เปิดเผยว่า เรื่องแรกคือการเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในครั้งนี้ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นางรัตนาพร และ นางสาวพัชริดา ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคา สำหรับเรื่องนี้ที่จริงแล้วความมาเกิดขึ้นต่อพนักงานสอบสวนตั้งแต่ต้น แต่ยังไม่มีการดำเนินคดีหรือดำเนินการใดๆ ดังนั้น จึงนำหลักฐานคือภาพถ่ายสลากรางวัลที่ 1 เลข 533726 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ ที่ผู้ค้าขายให้ ร.ต.ท.จรูญ ในราคา 700 บาท ตกใบละ 140 บาท ซึ่งถือว่าขายเกินราคาไปเยอะมาก และนอกจากนี้ยังมีเอกสารคำรับสารภาพที่ไปออกรายการโหนกระแสทางช่อง 3 ว่าได้มีการขายเกินราคาที่กฎหมายกำหนดจริง และในวันนี้อยากจะเรียกร้องให้ตรวจสอบว่าทั้งสองคนนี้ไปซื้อสลากฯ มาจากผู้ขายคนใด ทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊วต่างๆ ว่า ราคาสลากเกินราคามาอยู่แล้วตั้งแต่ต้นหรือไม่

เรื่องที่สองคือการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ครูปรีชา ที่ได้มาแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ว่าตนเองนั้นทำสลากฯ หาย ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะทาง คุณลุงจรูญ ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าซื้อมาจากแม่ค้า ฉะนั้นก็เท่ากับว่าการที่ ครูปรีชา มาแจ้งให้เจ้าหน้าที่จดแจ้งข้อความเป็นเรื่องเท็จ และหากพบว่ามีการแจ้งความนอกจากวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 อีก ก็จะแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งจะต่างกรรมต่างวาระกัน ส่วนคนอื่นๆ จะแจ้งความดำเนินการอีกหรือไม่ หากมีหลักฐานพร้อมจะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป หากพบว่าคำให้การของครูปรีชาเป็นเท็จ เราก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก ซึ่งหากพบว่าขบวนการมีผู้กระทำความผิดเกิน 5 คน ก็จะแจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ให้รับโทษกันหมดทุกคน

และเรื่องที่สามคือ ทางฝ่ายของ ครูปรีชา บอกว่าได้มีการส่งข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ในการซื้อสลากฯ แต่หลังจากนั้นได้เปลี่ยนมาเป็นการติดต่อโดยใช้โทรศัพท์แทน จึงได้มายื่นหนังสือให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของครูปรีชาและนางรัตนาภรณ์ ที่สนทนากันระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน ว่าได้มีการโทรคุยกันจริงหรือไม่ และช่วงเวลาที่มีการพูดคุย

อีกประเด็นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเกี่ยวข้อง มีการออกไปให้ข่าวตั้งแต่ต้นว่าคุณลุงจรูญ จำไม่ได้ว่าไปซื้อสลากที่ไหน ยังไง ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยมีการให้ข่าวกับสื่อหลายครั้ง และเรื่องนี้มีการติดต่อให้ลุงจรูญไปคุยกันที่บ้านพักของนายตำรวจด้วย ซึ่งจะดูว่าเหมาะสมหรือสมควรหรือไม่ โดยในวันพรุ่งนี้ (12 ธันวาคม) เวลา 11.00 น. ตนและครอบครัวของคุณลุงจรูญ จะเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อขอให้ท่านลงมาสอบหาข้อเท็จจริงว่าหากเรื่องนี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผิดจริงจะผิดวินัยหรือไม่

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมั่นใจในพยานและหลักฐานมาตั้งแต่ที่ได้ข้อมูลมาจากเฟซบุ๊กของครูปรีชาแล้ว รวมทั้งหลักฐานที่ไปออกทีวีรายการต่างๆ ซึ่งพบว่าการให้สัมภาษณ์แต่ละครั้งข้อมูลไม่ตรงกัน ซึ่งก็ได้ให้ทีมงานรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเก็บเอาไว้เพื่อใช้ในการขึ้นศาลทั้งหมดแล้ว และอีกหนึ่งประเด็นคือ วันที่ครูปรีชามาแจ้งต่อพนักงานสอบสวน และบอกว่าหลังจากซื้อลอตเตอรี่แล้ว ก็ได้เดินทางไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษี ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่อำเภอท่าม่วง และหากเป็นความจริง เหตุของคดีอาจจะเกิดที่ สภ.ท่าม่วง ก็เป็นได้ เพราะครูปรีชา บอกว่าจำไม่ได้ว่าสลากฯ นั้นหล่นหายที่ไหน ส่วนเรื่องการอายัดเงินนั้น ทางพนักงานสอบสวนยังไม่มีการสอบสวนให้เข้าสู่กระบวนการ ซึ่งถือว่าน่าจะผิด จากหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้ ตนมั่นใจว่ากรณีที่เกิดขึ้นทำกันเป็นขบวนการ ที่สำคัญประชาชนธรรมดาไม่สามารถคิดทำเองได้ เชื่อว่าจะต้องมีคนที่คิดให้และเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องกฎหมาย รวมทั้งต้องมีอำนาจมากพอสมควร

ด้าน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กล่าวว่า มาถึงวันนี้ตนก็ยังจำรูปพรรณสัณฐานของแม่ค้าขายลอตเตอรี่ไม่ได้ และคนที่มากล่าวอ้างว่าเป็นคนขาย ตนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช่หรือไม่ ซึ่งจำไม่ได้จริงๆ และวันที่ไปซื้อก็ไม่ได้มองหน้าแม่ค้าด้วยซ้ำ และวันนั้นก็ซื้อมาเพียงแค่ชุดเดียว โดยแม่ค้าเป็นคนหยิบจากแผงมาให้ตน และในวันนั้นก็มีแม่ค้าตั้งแผงขายอยู่หลายแผง และหลังจากซื้อเสร็จตนก็กลับบ้านทันที

ด้าน พ.ต.ต.อนุรักษ์ บุญค้ำพงศ์ สว.กก.5 บก.ป. กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้มาร่วมคลี่คลายคดี ซึ่งจะเร่งดำเนินการสืบสวนให้ได้ปรากฏข้อเท็จจริงให้ได้โดยเร็วที่สุด ให้เกิดความยุติธรรม และเพื่อให้ประชาชนคลายความสงสัย ซึ่งการรวบรวมพยานหลักฐานในทางคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ขอปิดเป็นความลับไว้ก่อน โดยได้ดำเนินการสอบปากคำพยานไปหลายปากแล้ว ซึ่งรายละเอียดเป็นเรื่องสำนวนการสอบสวน จึงยังไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้แถลงข่าวในคดีนี้ต่อไป

ทางด้าน พ.ต.ต.ชัยวัชริศ สิงห์สังข์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีข้อเท็จจริงปรากฎอย่างไรบ้าง