หน้าแรก ภูมิภาค โอกาสหน้าแล้ง...

โอกาสหน้าแล้ง หญิงวัย 54 พาลูกสาวงมหาปลาตกคลั่กหมกตัวตามโคลน ขายคนเชื่อทำบุญต่อชะตาชีวิต

19.03.16 | 17:40 น.

 

วันที่ 19 มีนาคม เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ริมถนนสายปราจีนตคาม หรือ 3452 (ประจันตคาม-ปราจีนบุรี) บ้านหนองกระจับ หมู่ 6 ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี ตรงข้ามกับฝายคลองห้วยเกษียร 2 และการขุดลอกโครงการก่อสร้าง 2 สำนักงานชลประทานที่ 9 กรมชลประทาน พบหญิง 2 แม่ลูก ทราบชื่อคือนางอำไพ ปากคลอง หรือ “เป้า เกาะแล้ง อายุ 54 ปี พร้อมบุตรสาวอายุ 15 ปี กำลังหาแหวกหญ้า-ขุดดินเลนที่เริ่มแห้งขอดเพื่อหาปลาซึ่งตามภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “ปลาตกคลั่ก” หมายถึงปลาที่หนีน้ำแห้งช่วงฤดูแล้งเพื่อลงแหล่งน้ำ แต่ไม่ทันติดอยู่ตามดิน-โคลนที่สภาพแอ่งน้ำที่เหือดแห้งเหลือน้อย ปลาที่ทนสภาพแห้งแล้งได้ดี อาทิ ปลาช่อน ปลาหมอ หรือปลาไหล จะหมก-อาศัยในโคลนตม แล้วจำศีลเพื่อเอาชีวิตรอด รอฤดูกาลฝนตกลงมาจะลงแหล่งน้ำต่อไป

นางอำไพกล่าวว่า ปกติทำอาชีพไม้ประดับ ปลูกต้นโมกขาย แต่พอเข้าหน้าแล้งจะพาลูกสาวที่หยุดปิดเทอมออกหาปลาตามแอ่งน้ำที่เหือดแห้งพร้อมอุปกรณ์สำหรับขุดและดายหญ้า ออกหาปลาตามแอ่งน้ำแห้ง หรือหมกอยู่ในโคลน ส่วนใหญ่จะพบปลาทนน้ำแห้งได้ดี เช่น ปลาหมอและปลาไหล เมื่อหาได้จะนำขายราคาตัวละ 2-5 บาท ส่วนปลาไหลตัวเล็กๆ จะราคาดีขายตัวละ 15 บาท แต่หากขายส่งที่บ้านจะขายราคา 300-440 บาท

201603191410333-20021028190330

นางอำไพกล่าวต่อว่า ช่วงหน้าแล้งจะพาลูกออกหาปลาตกคลั่ก ทุกๆ ปี รายได้ต่อวัน วันละกว่า 1,000 บาท แต่ก็มีบางวันที่หาไม่ได้เลย ทั้งนี้เนื่องจากอดีตสามีที่เสียชีวิตแล้วเคยพาทำมาหากินดังกล่าว โดยวิธีการหาปลาตกคลั่กจะไปดูตามแอ่งน้ำที่แห้ง จากนั้นจะใช้มีดดายหญ้าเปิดหน้าดิน พร้อมดึงหญ้าเปิดออกจะพบปลาหมกตามโคลน-ดินเลน หรือน้ำเฉอะแฉะเหลือน้อย หากพบรูปลาไหลก็ใช้จอบขุดตามรูปลาไหลตามหาตัว ได้มาก็นำมาใส่ถังพลาสติกนำส่งขายที่ตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี หรือรอไว้ขายส่งที่บ้านต่อไป

Advertisement

“สมัยก่อนปลาตกคลั่กไม่มีราคาเท่าใด แต่ช่วงหลังมาขายดิบขายดี เนื่องจากคติความเชื่อเป็นการได้ต่อชีวิตให้กับปลาที่รอความตายจากภัยแล้งติดตามโคลนตมรอวันตาย หากฝนฟ้าไม่ตกลงมา หากได้ช่วยเหลือนำไปปล่อยต่อลงแม่น้ำลำคลองหนองบึงจะช่วยไถ่ชีวิต เสริมโชคชะตาราศีได้ โดยเฉพาะคนดวงตก หรือดวงชะตาถึงฆาต ทั้งนี้ มีเรื่องเล่าว่า สมัยพุทธกาล พระสารีบุตรท่านเห็นด้วยญาณทิพย์ว่า เณรรูปหนึ่งจะต้องสิ้นชีวิตภายใน 7 วัน ท่านบังเกิดเมตตาจึงสั่งให้เณรกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างเมือง แต่ไม่ได้บอกว่าเพื่อให้ผู้บังเกิดเกล้าได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างทางนั้นเณรน้อยได้เห็นปลาฝูงหนึ่งตกคลั่กอยู่ในหนองน้ำใกล้จะแห้งขอด เกิดเวทนาสัตว์ร่วมโลกจึงช้อนปลาฝูงนั้นไปปล่อยในน้ำแห่งใหม่ เป็นการช่วยชีวิตปลาทั้งฝูงให้รอดตายไปได้ เมื่อสามเณรกลับมาจนเลย 7 วันไปแล้ว ก็มิได้ล้มตายตามญาณทิพย์ของพระสารีบุตร ท่านจึงเรียกเณรมาถามว่า ระหว่างทางไปกลับได้พบเห็นสิ่งไรบ้าง? เณรน้อยก็เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังจนหมดสิ้น พระสารีบุตรจึงทรงทราบว่าการช่วยชีวิตผู้อื่นนั้นบันดาลให้เกิดกุศลสูงส่งยิ่งนัก การปล่อยปลาและสัตว์อื่นๆ เพื่อบุญกุศลจึงเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยกึ่งพุทธกาลนั่นเอง” นางอำไพกล่าว