เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี นายประเสริฐ คำมุงคุณ อายุ 57 ปี ชาวบ้านโสกแมว ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ร้องเรียนผ่านสื่อว่า ลูกชายคือ นายเดชฤทธิ์ หรือน้องมอส คำมุงคุณ อายุ 24 ปี ผู้ป่วยโรคมะเร็งในโพรงจมูก ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังทางโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ เมื่อกลางปี 2559 นั้น ภายหลังถูกอดีตภรรยาของผู้ป่วยคือ น.ส.พัชรีพร สุวรรณพรม หรือน้องป๊อบปี้ อายุ 21 ปี หอบเงินบริจาคเกือบ 10 ล้านบาท หนีไปอยู่บ้านพ่อแม่โดยไม่ยอมมาเหลียวแลบุตรชายของตน และนำเงินดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดเจตนารมย์ของผู้ใจบุญทั่วประเทศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวประสานผ่านทางนายอุทิศ อุ่นไชย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ขอสัมภาษณ์ครอบครัวของน้องป๊อบปี้ ซึ่งตอบรับจะให้รายละเอียดจึงเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 159 หมู่ 2 บ้านโสกแมว อยู่ริมถนนเปรมประชา สายดอนสวรรค์-ดงหลวง มีนายประดิษฐ์ สุวรรณพรม อายุ 39 ปี พ่อของน้องป๊อบปี้ออกมายืนรออยู่หน้าบ้าน ขณะที่นางทองม้วน สุวรรณพรม อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่จัดหาน้ำดื่มมาบริการ พร้อมกับเรียกน้องป๊อบปี้จากห้องนอนมาพูดคุยบริเวณห้องโถง ซึ่งสีหน้าของน้องป๊อบปี้มีความกังวล นั่งก้มหน้าพยายามหลบกล้องผู้สื่อข่าวตลอดเวลา เมื่อถูกซักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่นายประดิษฐ์จะตอบแทน โดยมีนางทองม้วนกล่าวสมทบเป็นบางครั้ง
นายประดิษฐ์ อดีตพ่อตาของนายเดชฤทธิ์ เปิดเผยว่า ลูกสาวอยู่กินกับนายเดชฤทธิ์หรือน้องมอสเป็นเวลา 5 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เงินสินสอดทองหมั้นใดๆ โดยอาศัยอยู่บ้านตนตลอด เมื่อป่วยมีแต่พ่อตาแม่ยายที่พาไปหาหมอ ไม่เห็นมีฝ่ายนายประเสริฐเหลียวแล จนเป็นข่าวโด่งดังถึงเข้ามาเกี่ยวพัน เงินที่ได้รับบริจาคก็ถอนออกมาใช้จ่ายเฉพาะเรื่องเจ็บป่วยของลูกเขย ส่วนที่บอกว่าไปซื้อรถกระบะ และสร้างบ้านนั้น นายเดชฤทธิ์ต่างหากเป็นคนบอกให้ซื้อให้สร้าง ถึงขณะนี้ทางครอบครัวตนก็ยังไม่ทราบว่าบัญชีของลูกสาวถูกอายัด ก็พร้อมจะไปเบิกความต่อศาลจังหวัดนครพนม ในวันที่ 22 ม.ค.2561
เมื่อถามต่อถึงเงินในบัญชีกว่า 2แสนบาท ที่ทาง อบต.อุ่มเหม้า เปิดไว้นั้น ทำไมถึงไม่ไปถอนให้ทางครอบครัวอดีตสามี ซึ่งต้องลงลายมือชื่อถอนร่วมกัน 3 คน ประกอบด้วย นายเผย คำมุงคุณ นายก อบต.ฯ นายประเสริฐ คำมุงคุณ และ น.ส.พัชรีพร นายประดิษฐ์อ้างว่าทนายสั่งไว้ห้ามไม่ให้ไปถอน เพราะอาจจะถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์ ตนกลัวจึงไม่ยอมให้ลูกสาวไปเซ็นชื่อร่วมถอน
ผู้สื่อข่าวถาม น.ส.พัชรีพรหรือน้องป๊อบปี้ ว่า ต้องการจะบอกอะไรกับนายเดชฤทธิ์หรือน้องมอสบ้าง ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆว่า หากให้กลับไปอยู่ด้วยกันอีก คงต้องขอคิดดูก่อน พร้อมกับก้มหน้าร้องไห้ เมื่อถามต่อถึงคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดังที่ยื่นมือเข้ามาระดมทุนช่วยเหลือ ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ น้องป๊อบปี้ส่ายหน้าอ้างว่าไม่มีเบอร์โทรศัพท์คุณบิณฑ์ ผู้สื่อข่าวจึงมอบเบอร์โทรฯของ คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เพื่อจะได้โทรชี้แจงรายละเอียด

วันเดียวกันที่บ้านของนายเดชฤทธิ์หรือน้องมอส นายประเสริฐกล่าวว่าลูกสะใภ้ไม่เคยจะมาเหลียวดู รู้ทั้งรู้ครอบครัวของตนลำบากแค่ไหน ไม่น่าจะมาซ้ำเติมกัน
นางเมย์ลิษา คำมุงคุณ อายุ 41 ปี น้าสาวของน้องมอส กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางครอบครัวรู้ดีควรจะดำเนินชีวิตกันอย่างไร เคยกินเคยนอนแบบไหนก็คงเป็นเช่นนั้น ผิดกับบางคนเห็นเงินไหลเข้าบัญชีเป็นล้านแค่วันแรกก็รีบลาออกจากงานทันที ใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อ ไม่คำนึงถึงผู้บริจาคเขามีเจตนาต้องการช่วยเหลือหลานชาย ไม่ใช่ช่วยเหลือครอบครัวพวกเขา พอถามหนักๆเข้า ก็ตีโพยตีพายไล่ให้ไปฟ้องร้องเอา ขณะเกิดเรื่องมีคนเข้ามาขอไกล่เกลี่ย เงินที่เหลือในบัญชีปัจจุบัน 5,700,000 บาท ทางครอบครัวของน้องป๊อบปี้ขอแบ่ง 1 ใน 3 ตนขอบอกเลยว่าพวกคุณเอาไปใช้ประมาณกว่า 3 ล้านบาท ยังไม่หนำใจอีกหรือ จึงให้อยู่ในดุลพินิจของศาลท่านพิจารณาต่อไป

