ตามกำหนดการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะจะลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ วันที่ 13 ธันวาคม
หนึ่งในสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายคือ อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์
อุโมงค์ผันน้ำแห่งนี้ได้นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง แก่นกลางของทฤษฎีใหม่ ภายใต้บริบทการบริหารจัดการน้ำอย่างคุ้มค่า
ย้อนกลับไปในอดีตพบว่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ มีลักษณะภูมิประเทศที่ติดกับแนวเขตเทือกเขาภูพาน ทิวเขาสลับซับซ้อนคั่นกลางแบ่งเขตแดนระหว่าง จ.กาฬสินธุ์ และ อ.ดงหลวง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ แยกตัวจากเมืองกุดสิมนารายณ์ ในปี 2512 ยกฐานะขึ้นเป็นกิ่งอำเภอเขาวง ในปี 2512 มี 5 ตำบล ประกอบด้วย ต.คุ้มเก่า ต.สงเปลือย ต.นาคู ต.ภูแล่นช้าง และ ต.หนองผือ ก่อนจะขยับขึ้นเป็นอำเภอเขาวง
ในปี 2517 ต.นาคูได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอนาคู พื้นที่ อ.เขาวง มี 6 ตำบล 71 หมู่บ้าน จากพื้นที่แห้งแล้งอยู่ในหุบเขา ปัจจุบันกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งปลูกข้าวเขาวง ที่ได้รับการรับรองจาก GI อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ ในพื้นที่ อ.เขาวง เป็นหัวใจสำคัญของการกำเนิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
ด้วยระบบส่งน้ำที่ผันน้ำน้ำลอดใต้เขาภูบักดีจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ฟากฝั่งบนภูเขา ส่งมายังพื้นที่ อ.เขาวง ผ่านอุโมงค์ที่เจาะใต้ภูเขาระยะทาง 740 เมตร ขนาดอุโมงค์ กว้าง 3 เมตร สูง 3 เมตร ใช้ท่อเหล็กขนาดเส้น
ผ่าศูนย์กลาง 1.20 เมตร ในระยะ 50 เมตรแรก และลดหลั่นขนาดเป็น .80 เมตร ปริมาตรน้ำไหลผ่านท่อ ประมาณ 2.0 ลบ.ม./วินาที โดยน้ำจะถูกส่งต่อไปยังถังกักน้ำที่สร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 20 เมตร สูง 8 เมตร ก่อนจะส่งไปตามระบบชลประทานที่ประกอบด้วยท่อสายใหญ่ ความยาว 8.300 กม. ท่อส่งน้ำสายซอย 5 สาย รวม 14.170 กม. และท่อสายแยกซอย จำนวน 6 สาย ความยาวรวม 11.100 กม. รวมความยาวท่อทั้งหมด 33.570 กม. 138 หัวจ่าย โดยมีพื้นที่เกษตรรับน้ำกว่า 12,000 ไร่ ผลผลิตจาก 250 กก./ไร่ เพิ่มเป็น 700-800 กก./ไร่ 15 หมู่บ้านใน ต.สงเปลือย 18 หมู่บ้านในเขต ต.คุ้มเก่าและ 7 หมู่บ้าน ใน ต.คุ้มใหม่
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร เสด็จฯพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการเสด็จฯเยี่ยมเยือนราษฎรในพื้นที่ อ.เขาวง นับเป็นถิ่นทุรกันดาร ขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะในการเกษตร แม้ยามดึกดื่นมืดค่ำไม่มีแสงไฟฟ้าส่องสว่างเช่นปัจจุบัน ถนนหนทางที่ขรุขระ จนเป็นที่มาของถนนดิสโก้ ตามกระแสพระราชดำรัส ความยากลำบากเพียงใด พระองค์มิได้ย่อท้อแม้แต่นิด รั้วลวดหนามของชาวบ้านพระองค์ทรงก้มลอดรั้วข้ามไปเพื่อเดินหาแหล่งน้ำบรรเทาทุกข์และความเดือดร้อนของราษฎรพระองค์
จากที่ทอดพระเนตรเห็นเมล็ดข้าวที่แห้งลีบบนผืนนาที่แห้งแล้ง การพัฒนาแหล่งน้ำในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ อ.เขาวง นับเป็นต้นแบบความสำเร็จด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ได้พระราชทานไว้เป็นมรดกตกทอดแก่ราษฎรของพระองค์ ทำให้ปัจจุบัน อ.เขาวงเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าว GI หรือข้าวเหนียวเขาวง แห่งเดียวในโลก ขณะที่เส้นทางประวัติศาสตร์ที่ทรงพระราชดำเนินไปยังจุดต่างๆ ในการหาแหล่งน้ำให้กับราษฎร ภาพในความทรงจำยังเล่าเรื่องราวไว้อย่างชัดเจน ตราตรึงอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำสู่ลูกหลาน
รวมถึงพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่บ้านแดนสามัคคีที่เป็นต้นแบบการทำเกษตรผสมผสานตามทฤษฎีใหม่
วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2538 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานพิจารณาและดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำขนาด 3.5 ล้าน ลบ.ม. พร้อมอาคารประกอบ แล้วเสร็จในปี 2539 ระบบได้เริ่มแจกจ่ายน้ำให้กับราษฎรได้ในปี 2539 ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 2,500 ไร่ รวมถึงพิจารณาการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน เพื่อลดปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ อ.เขาวง
ในปี พ.ศ.2542 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและให้กรมชลประทานดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำ เพื่อผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร มายังพื้นที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ โดยให้กระทบกับป่าไม้และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เป็นจุดเริ่มต้นของอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้เขาภูบักดี เริ่มต้นโครงการในปี 2543-2549 ในการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ภูเขา ลักษณะเป็นอุโมงค์คอนกรีตเสริมเหล็ก ปี 2549-2552 เป็นการก่อสร้างระบบส่งน้ำสายใหญ่ สายซอยและสายแยกซอย อุโมงค์ผันน้ำลอดใต้ภูเขาที่ถูกสร้างขึ้นจากพระราชดำริฯ ทำให้มีพื้นที่รับน้ำมากขึ้นเป็น 16,600 ไร่ และได้รับพระราชทานชื่อ อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ ที่มีความหมายว่า อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง เป็นเวลายาวนานหลายสิบปีบนเส้นทางประวัติศาสตร์ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อปวงชาวไทยทุกแห่งหน
นายบำรุง คะโยธา ผู้นำภาคประชาชน เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่กับหลายบทบาททั้งในการทำงานร่วมกับภาครัฐและแกนนำประชาชนในการออกมาเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำอย่างคุ้มค่า และให้เกิดประโยชน์สูงสุดในพื้นที่ อ.เขาวง ด้วยมรดกที่รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้
“ตัวอุโมงค์สร้างมาหลายปี แต่จากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่ามีการระบายน้ำให้ใช้เพียงปีละครั้ง ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบอุโมงค์ผันน้ำมีทั้งทุ่งนาและทัศนียภาพที่สวยงามแต่ก็ยังไม่มีการปรับปรุงพัฒนา ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มาตรวจเยี่ยมคงจะทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นมาบ้าง ในฐานะของประชาชนจะหาโอกาสไปพบนายกฯด้วยตัวเอง เพราะต้องการให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการหรือองค์กรอื่นๆ ได้เข้ามาพัฒนาบริเวณแห่งนี้ให้มีความเจริญ” นายบำรุงกล่าว
นายบำรุงกล่าวอีกว่า สภาพโครงการในวันนี้บริเวณปากอุโมงค์น่าจะมีการส่งเสริมเป็นโฮมสเตย์ ร้านค้าร้านอาหารปลอดภัย จัดเป็นพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับชาวบ้าน ที่ทำได้คือการประสานให้ทุกภาคส่วนให้เข้ามาช่วยดูแลพัฒนาจุดนี้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำทั้ง 2 จังหวัดที่มีภูเขากั้นกลาง ทุกฝ่ายต้องร่วมการออกแบบ ผู้ใหญ่ต้องรับรู้ทั้งกระบวนการ การพัฒนาปรับปรุงบริเวณอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ น่าจะใช้งบประมาณไม่มาก
“ตอนนี้ได้พูดคุยกับทางสภาเกษตร จ.กาฬสินธุ์แล้ว ในการลงนามความร่วมมือเอ็มโอยู กับ สส.นก. และมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในการพัฒนาและส่งเสริมพื้นที่ อ.เขาวง อ.นาคู ให้เป็นเมืองแห่งทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ และการวางแผนระบบการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ อ.เขาวง ได้รับประโยชน์สูงสุดดั่งที่ รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริไว้” นายบำรุงกล่าวทิ้งท้าย

