เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 นายศักดา แทนปั้น อายุ 49 ปี อดีต ส.ท. เทศบาลเมืองพิจิตร ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร กล่าวว่า ได้เข้าเรียนทั้ง ป.ป.ช. ปปท. สตง. ถึงเรื่องการทุจริตในการใช้งบประมาณโครงการก่อสร้างปรับภูมิทัศน์สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ และก่อสร้างน้ำตกจำลอง ด้วยงบประมาณ 46 ล้านบาทเศษ ของเทศบาลเมืองพิจิตร พร้อมทั้งนำผลการตรวจจากสภาวิศวกรรมฯ รศ.วิชัย ฤกษ์ภูริทัต ประธานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาภาคเหนือ 2 ที่ได้เข้ามาทำการตรวจสอบ พบว่าทุกรายการ มีการก่อสร้างผิดแบบแปลนโดยสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น ในอาคารน้ำตกจำลอง ให้ทำบันไดโค้ง 6 ขั้น พื้นปั๊มลายหินธรรมชาติ แต่เรื่องจริงกลับพบว่าทำบันไดโค้งทำผิวทรายล้าง 7 ขั้น พื้นโถงทางเข้ากลับปูด้วยหินกาบ ไม่ได้ตรงตามแบบ อีกทั้งอาคารน้ำตกจำลองก็ไม่มีลักษณะเป็นภูเขาน้ำตกตรงตามแบบของผู้ว่าจ้างในครั้งแรก
นายศักดากล่าวอีกว่า ตนเองร้องเรียน ทั้ง ปปท. สตง. ป.ป.ช. มาตั้งแต่ ปี 2552 จนถึง ปี 2560 ปรากฏว่าเรื่องเงียบหายไป จนล่าสุดเมื่อ ปี 2559 ป.ป.ช.เปลี่ยนคณะชุดทำงานไต่สวนขึ้นมาใหม่ ไม่ทราบว่าเปลี่ยนเพราะอะไร เปลี่ยนแล้วเรื่องก็เงียบไปอีก เหมือนดึงเรื่องไว้ช้ามากทั้ง ที่ยุคนี้เป็นยุคของทหารน่าจะเร็ว เพราะท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเองก็ออกมาปราบปรามการทุจริต แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงช้า ซึ่งร้องเรียนมาเกือบ 9 ปี แต่ยังไม่มีการชี้มูล ซึ่งเอกสารต่างๆ ที่ร้องเรียนไปแค่ปีเดียวก็สามารถชี้มูลได้
นายศักดากล่าวอีกว่า ขณะนี้คนพิจิตรถามตนมามากมายว่าเรื่องที่ร้องเรียนไปนั้นทำไมล่าช้า เกรงว่าจะหมดอายุความที่ผ่านมา มีการร้องเรียนไปยัง ป.ป.ช. สตง. ปปท. ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น ซึ่ง 5 หน่วยงานที่ร้องยังไม่มีหน่วยงานไหนชี้มูล ซึ่งตอนนี้คนพิจิตรรอการชี้มูลของ ป.ป.ช. อย่างเดียว โดยมาช้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งคนพิจิตรข้องใจมากในการไต่สวน ครั้งนี้อยากให้ชี้มูลมาว่าเทศบาลเมืองพิจิตร ทำแบบนี้แล้วผิดหรือไม่ผิด จะได้หายข้องใจ ไม่ใช่ปล่อยเวลา 8-9 ปี ไม่มีความคืบหน้า

