หน้าแรก ภูมิภาค ศุลกากรชี้ชัด...

ศุลกากรชี้ชัด เงิน 98 ล้านสองพี่น้องลาว จากธุรกิจมืด จ่อคืนให้4 ล้าน ที่เหลือยึด

13.12.17 | 20:02 น.

นายด่านศุลกากรหนองคาย ระบุชัด เงิน 98 ล้านบาทของสองพี่น้องลาว เป็นเงินในธุรกิจแหล่งที่มาไม่ชัดเจนที่ลาว นำมาขายเป็นเงินบาท สองพี่น้องยืนยันขอระงับคดีในชั้นศุลกากร ยอมจ่ายค่าปรับ รับเงินคืน 4 ล้าน ส่วนที่เหลือยกให้เป็นทรัพย์สินแผ่นดิน


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. 60 ที่ด่านศุลกากรหนองคาย นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย เปิดเผยรายละเอียดภายหลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. สอบปากคำนายสุบัน เตียสิริ อายุ 30 ปี และนายคำบอน เตียสิริ อายุ 24 ปี สองพี่น้องชาวลาว ที่ซุกซ่อนเงินสดจำนวน 98 ล้านบาทตามซอกต่าง ๆ ทั่วรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ โดยมีทนายความร่วมรับฟังการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งเป็นการสอบปากคำตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า ตอนนี้ได้สอบเบื้องต้นครบทั้งศุลกากร ป.ป.ส. และ ป.ป.ง.โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนยังยืนยันว่าเป็นการรับแลกเงิน ซึ่งเป็นเงินของสมาชิกในครอบครัว เป็นเงินของพี่สาวและของตนเอง พร้อมทั้งยอมที่จะยกของกลางเงินสดทั้งหมด 98 ล้านบาทให้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ซึ่งทางศุลกากรจะส่งเรื่องการขอระงับคดีไปยังกรมศุลกากรเพื่อลงความเห็น โดยสรุปได้ว่าเป็นเงินที่มาจากการทำธุรกรรมสีดำจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเงินที่ต้องปิดลับ ซึ่งนำเงินสกุลต่างประเทศมาแลกเป็นเงินไทยกลับไปอย่างปิดลับ เพราะเงินไทยในลาวสามารถใช้ได้ทุกแห่งทุกโอกาส ส่วนเงินดอลลาร์สหรัฐค่อนข้างจะใช้ไม่ได้ แต่เป็นเงินที่มีมูลค่าที่ใช้เพื่อเก็บ ซึ่งต้องสำแดงให้รัฐบาลลาวรู้ หลังจากนี้จะดำเนินการระงับคดีด้วยการส่งเรื่องเข้ากรมศุลกากรให้พิจารณาโดยด่วน ซึ่งตามหลักของการแลกเปลี่ยนเงินมีอัตราโทษที่กำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า หากนำเงินเกิน 450,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ออกนอกประเทศ อัตราโทษปรับ 20,000 บาท คืนเงินให้ผู้ต้องหาไป 2 ล้านบาท กรณีนี้ก็จะเป็นโทษปรับรวม 40,000 บาท คืนเงินให้ผู้ต้องหาไม่เกิน 4 ล้านบาท หรือประมาณ 3,960,000 บาท ที่เหลือ 94 ล้านบาทต้องยกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ถ้าคณะกรรมการที่กรมศุลกากรเห็นชอบด้วยก็จะมีเงินเข้าหลวง 94 ล้านบาท พร้อมกันนี้จะมีการขอข้อมูลจากทางธนาคารร่วมด้วย การกระทำของทั้งสองคนลาวนี้เป็นการกระทำในลักษณะการนำเงินดอลลาร์มาขาย ไม่ใช่การแลกเงิน ธนาคารก็รับซื้อไว้ด้วยเงินบาทไทย แต่หากเป็นการแลกเปลี่ยนเงินหากเงิน 2 แสนบาท ก็ต้องรายงาน ป.ป.ง.ทราบ บุคคลที่นำเงินมาแลกต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนจริง

ทั้งสองคนมีบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินตราจริง จึงสามารถเก็บรวบรวมเงินดอลลาร์นำมาแลกเป็นจำนวนมากได้ แต่ยังไม่ได้ชื่อที่ครบถ้วน เชื่อว่าเป็นการเปิดบริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินเพื่อบังหน้า เพื่อปิดบังบางอย่าง ลักษณะเหมือนโพยก๊วน ซึ่งเป็นเงินไม่มีที่มาที่ชัดเจน แต่เป็นการกระทำที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนเจ้าหน้าที่ไทยดูแลได้เฉพาะการควบคุมการนำเงินออกนอกประเทศโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลาวก็มาขอข้อมูล ก็ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นไป และจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากสอบสวนเพิ่มเติมอีกให้ไปด้วย ขณะเดียวกันทั้งสองคนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้โดยไม่มีกำหนด จนกว่ากรมศุลกากรจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับคำสั่งระงับคดีของศุลกากรหนองคาย หรือสั่งเป็นอย่างอื่นจึงเป็นที่ยุติของคดี หากกรมศุลกากรรับคดีก็จะมีการเปรียบเทียบปรับที่ด่านศุลกากรหนองคายได้ทันที ส่วนเงินทั้ง 98 ล้านบาท จะนำไปฝากเก็บไว้ที่ธนาคารกรุงไทย ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นระบบบัญชีของด่านศุลกากรหนองคาย ที่สามารถจะโอนเป็นรายได้แผ่นดินได้

Advertisement

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวอีกว่า จากข้อมูลการเข้าออกประเทศของผู้ต้องหาทั้งสองคน พบว่า การนำเงินออกนอกประเทศ น่าจะเป็นลักษณะการเดินทางไปเช้าเย็นกลับทั้งหมด 9 ครั้ง พ.ย.60 จำนวน 5 ครั้ง เดือน ธ.ค.ถึงวันที่ 12 ธ.ค.60 จำนวน 4 ครั้ง รวม 9 ครั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่ามีการนำเงินเข้ามาขายแล้วนำเงินบาทกลับไป ซึ่งครั้งล่าสุด ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า นำเงินดอลลาร์เข้ามาขาย จำนวน 8 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ส่วนครั้งนี้จำนวน 2.8 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยแล้วจะนำเงินดอลลาร์มาขายสัปดาห์ละครั้ง จากงานการข่าวและประมวลแล้วแต่ละครั้ง จะนำเงินบาทไทยออกไปไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ในครั้งล่าสุดคาดว่าจะมีเงินสะสมเยอะจึงนำมาขายมากกว่าทุกครั้ง

หลังจากนี้ทางด่านศุลกากรหนองคาย จะเข้มงวดรถยนต์ส่วนบุคคล นอกจากเรื่องยาเสพติดแล้วต้องดูเรื่องเงินเป็นหลักเพิ่มเติมด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก โดยจะขอความร่วมมือกับธนาคาร เพื่อขอข้อมูลหากมีการแลกเปลี่ยนเงินในจำนวนมาก ขอให้แจ้งทางศุลกากรทราบด้วย