หน้าแรก ภูมิภาค สมาคมโรงเรียน...

สมาคมโรงเรียน อบจ. เล็งชง กอปศ. ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาท้องถิ่น

15.12.17 | 15:23 น.

นายอดุลย์ ภู่ภัทรางค์ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (ส.บ.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.บ.อ.ท. จัดสัมมนา “หนึ่งทศวรรษการถ่ายโอนสถานศึกษาสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : สำเร็จหรือล้มเหลว” เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม-3 สิงหาคม 2560 ณ โรงแรมสตาร์ ระยอง ที่ผ่านมา ซึ่งได้สรุปสาระสำคัญในการจัดการศึกษาของโรงเรียนสังกัด อบจ.ที่ผ่านมาสามารถพัฒนาการศึกษาได้ดี เกิดคุณภาพ การได้รับความอิสระด้านวิชาการเด่นชัด คล่องตัว การสนับสนุนงบประมาณมากขึ้นกว่าก่อนถ่ายโอน สวัสดิการความก้าวหน้าด้านวิชาชีพได้รับโอกาสเป็นอย่างมาก สร้างขวัญกำลังใจมาก ฯลฯ ส่วนที่เป็นอุปสรรคปัญหาซึ่งมีมาช้านาน หากแก้ไขปรับปรุงได้จะสามารถนำพาการศึกษาของท้องถิ่นพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ กฎระเบียบเกี่ยวกับการบริหารการเงิน บัญชี พัสดุที่ไม่เหมาะสมกับการบริหารจัดการสถานศึกษา มีขั้นตอนซับซ้อน การบริหารงานบุคคลที่ไม่มีมาตรฐานกลางให้เป็นแบบแผนเดียวกันของ อปท. อีกทั้งไม่ได้ยึดแนวทางการบริหารงานบุคคลตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เช่น บาง อปท.ไม่มีตัวแทนข้าราชการครู ผู้บริหาร เข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองหรือองค์คณะการพิจารณาด้านบุคคล รวมทั้งการจัดการศึกษาท้องถิ่นไม่ได้ถูกกำหนดให้ชัดเจนทั้งในรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ทำให้ฐานอำนาจหน้าที่การจัดการศึกษาท้องถิ่นไม่ชัดเจน ทั้งที่ท้องถิ่นจัดการศึกษารับผิดชอบครู นักเรียนเป็นจำนวนมาก


นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า จากการที่โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้ถ่ายโอนมาสังกัด อปท. ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมานั้น เรายังคงมั่นใจว่าท้องถิ่นสามารถจัดการศึกษาได้ดี มีคุณภาพ เพียงแต่มีประเด็นที่หากได้รับการปรับปรุงแก้ไขจะนำพาการศึกษาท้องถิ่นรุดหน้าไปได้ ซึ่งสมาคมได้จัดทำรายงานเป็นงานวิจัยได้จากการสัมมนาดังกล่าว โดยได้เสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขเป็นระดับตามบทบาทหน้าที่ เช่น ระดับกรม ควรที่จะให้มี พ.ร.บ.การศึกษาท้องถิ่นเป็นการเฉพาะ หรืออาจนำเสนอให้มีปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติที่จะมีการแก้ไข ปรับปรุงใหม่ การปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้จ่ายเงินรายได้สถานศึกษา เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการของสถานศึกษา เป็นต้น ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรกระจายอำนาจและหรือมอบอำนาจให้ผู้บริหารสถานศึกษาอย่างเต็มที่เพื่อความคล่องตัว ในทุกด้านในสถานศึกษา สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือกับเครือข่ายทางการศึกษากับสถานศึกษาในสังกัด เป็นต้น ระดับโรงเรียนควรต้องจัดการศึกษาและหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง เน้นพัฒนาครูให้จัดกระบวนการสอนคิดแก่นักเรียน

“ที่สำคัญหากมีการกำหนดให้การศึกษาท้องถิ่นได้ปรากฏใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่กำลังมีการแก้ไขในขณะนี้ จะทำให้ท้องถิ่นสามารถอ้างอิงในการจัดระบบการศึกษาชัดเจน และกำหนดให้มีการกระจายอำนาจให้สถานศึกษามีอิสระด้านการบริหารในทุกด้านโดยอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลเชิงนโยบายของผู้บริหาร อปท. จะยิ่งทำให้การพัฒนาการศึกษาท้องถิ่นของสถานศึกษาได้รวดเร็ว อีกประการหนึ่งที่อยากจะให้ดำเนินการคือ ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาการศึกษา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และศธ. ได้กำหนดให้มีการประเมินการจัดการศึกษาของ อปท.ที่รับถ่ายโอนสถานศึกษา สำหรับการขับเคลื่อนข้อเสนอตามแนวทางของรายงานสมาคมฉบับนี้ จะได้นำยื่นต่อคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อไป” นายอดุลย์กล่าว

Advertisement