หน้าแรก ภูมิภาค รวบอดีตนักโทษ...

รวบอดีตนักโทษ ใช้อีโต้ฟันโหดชายวัย 55 ดับขณะเผลอ หลังทะเลาะผู้ตายในวงเหล้า

15.12.17 | 19:13 น.

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 ธันวาคม พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมด้วย คณะ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนและตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ ร่วมกันควบคุมตัวนายบัญชา อาชวรัตน์ถาวร หรือแกะ อายุ 36 ปี ชาวจ.พิจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหากระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ หลังจากช่วงเช้านี้จับกุมตัวได้บริเวณซอยธนาคาร ธกส. ถนนประสงค์ประสาท ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก พร้อมของกลางอาวุธมีดอีโต้ 1 เล่ม มีดปลอกผลไม้ยาว 3 นิ้ว 1 อัน กาว 4 กระป๋อง รถจักรยาน 1 คัน

ต่อมาจึงพาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ริมถนนพิษณุโลก-บึงพระ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีดอีโต้ฟันร่าง นายยงยุทธ เจริญผล อายุ 55 ปี อ.เมืองพิษณุโลก สภาพศพมีบาดแผลฉีกขาดฉกรรจ์ลึกยาวเหวอะหวะ บริเวณศีรษะ ลำคอ ใบหน้า ใต้คาง รวมทั้งสิ้น 9 แผล ขณะนอนหลับพักผ่อนอยู่บนที่นอนในเพิงพัก หลังก่อเหตุแล้วได้ขี่รถจักรยานหลบหนีไป โดยเหตุเกิดช่วงค่ำคืนของวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศการทำแผนประกอบคำรับสารภาพมีชาวบ้านและญาติของผู้เสียชีวิตหลังทราบข่าวได้เฝ้าติดตามดูเป็นจำนวนมาก พร้อมตะโกนสาปแช่งอยู่ตลอดเวลา และพยายามฝ่าวงล้อมของตำรวจเข้ามาเพื่อประชาทัณฑ์คนร้ายรายนี้ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาที ก่อนจะควบคุมตัวกลับไปที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อรอส่งฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น นายบัญชา ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุได้นั่งดื่มกินกับนายยงยุทธ ผู้ตาย และนายหำ รวมทั้งหมด 3 คน กระทั่งดื่มกินกันจนเมาได้ที่มีปากเสียงกับนายหำจึงชกต่อยกัน นายหำสู้ไม่ไหวจึงวิ่งหนีไปอีกฝั่งถนนและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนจึงวิ่งติดตามไปแล้วใช้อาวุธมีดปลอกผลไม้เฉือนที่ขานายหำ หลังจากนั้นนายหำได้ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ส่วนตนเองก็กลับไปนั่งดื่มกินต่อกับผู้ตายแล้วเกิดมีปากเสียงกันอีก หลังจากดื่มกินเสร็จแล้วผู้ตายได้เข้าไปนอนด้วยความเมาจึงอาศัยจังหวะทีเผลอใช้มีดอีโต้ฟันไปหลายครั้งจนถึงแก่ชีวิต หลังก่อเหตุตนได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่สถานีรถไฟพิษณุโลก จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่านายบัญชาเคยต้องโทษคดีฆ่าคนตายเมื่อปี 57 และได้รับอภัยโทษออกมาจากเรือนจำในปี 59 สุดท้ายก็มาลงมือก่อเหตุฆ่าผู้อื่นซ้ำอีก