หน้าแรก ภูมิภาค เริ่มแล้วเทศก...

เริ่มแล้วเทศกาลมหัศจรรย์ “ตีคลีไฟ” ชัยภูมิหนึ่งเดียวในโลก

15.12.17 | 22:56 น.

ชาวตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ พร้อมใจกันอนุรักษ์และสืบสานการละเล่นเก่าแก่ ที่สมัยปู่-ย่า ตา-ยาย เคยเล่นสนุกสนาน พักผ่อน หย่อนใจ คลายเมื่อยล้า หลังเสร็จสิ้นจากการทำไร่ ทำนา ก่อนที่จะสูญหายไปกับกาลเวลา ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และพัฒนาขึ้นมาเป็นงานประจำปีต่อเนื่องมาหลายปี นั่นคือการเล่นตีคลีไฟ สู่เทศกาลมหัศจรรย์ตีคลีไฟชัยภูมิ ปีนี้ จัดระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ที่บริเวณวัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ

ทั้งนี้ เมื่อค่ำวันที่ 15 ธันวาคม นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานเปิดงาน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้เรื่องราว ผ่านการแสดงกึ่งแสง สี เสียงตำนานตีคลีไฟ และความมหัศจรรย์ของคนเล่นไฟ ท่อนไม้ ที่ทำจากต้นนุ่น หั่นเป็นลูกกลมๆ และนำไปเผาไฟ ลูกไฟแดงๆ ที่ติดไฟลุกโซนกลายเป็นอุปกรณ์การเล่น ให้ผู้เล่นใช้เหง้าไม่ไผ่ ลักษณะคล้ายไม้ฮ๊อคกี้ หรือไม้ตีกอล์ฟ แต่ชาวบ้านที่นี่นำวัสดุตามท้องถิ่นนั่นคือเหง้าไม้ไผ่ แย่งกันตีลูก ฝ่ายไหนสามารถตีลูกไฟเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่าเป็นฝ่ายชนะ ความสนุกสนานตื่นเต้น จึงเกิดขึ้นตลอดเวลา ทุกสายตาคอยลุ้นด้วยความหวาดเสียว กลัวว่าลูกไฟจะโดนผู้เล่น แต่คนที่หวาดเสียวที่สุดคือผู้รักษาประตู ที่ต้องใช้มือเปล่าจับลูกไฟ สร้างเสียงฮือฮาทุกครั้งที่ลูกไฟถูกตีมายังประตู

ตามประวัติเล่าว่าการละเล่นแบบนี้ พบเห็นคนสมัยก่อนๆ ประมาณปี 2489 เล่นกันที่บ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม เดิมทีเรียกกันว่าคลีโหลน คือใช้เหง้าไม้ไผ่ ตีลูกไม้นุ่นซึ่งมีน้ำหนักเบา แข่งกันแบบตีไกล ใครตีไปได้ไกลกว่าเป็นผู้ชนะ ต่อมาก็พัฒนามาเล่นเป็นทีม เผอิญช่วงหนึ่ง อากาศหนาวมีการก่อกองไฟไว้ข้างสนาม ลูกไม้นุ่นถูกตีเข้าไปในกองไฟ กว่าจะเขี่ยออกมาได้ ไฟก็ติดจนลุกไหม้ ด้วยความสนุกสนานติดพันในเกมส์ พอเขี่ยออกมาได้ ก็ใช้เล่นต่อไปทั้งที่ลูกไม้ยังติดไฟ เวลาไม้กระทบลูกไฟจะมีประกายไฟพุ่งเป็นหาง และดูสวยงามและตื่นเต้น ทำให้จากคลีโหลน จึงเปลี่ยนมานิยมเล่นตีคลีไฟ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ไม่ค่อยพบเห็นการละเล่นเกือบ 1 ชั่วอายุคน

ชาวบ้านหนองเขื่องบางคนยังคงจดจำภาพและเรื่องราวเอาไว้ได้ โดยเฉพาะนายอุ่น บุญชู อดีตผู้ใหญ่บ้าน นำมาเล่าให้สื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับทราบ จึงเกิดแรงกระตุ้นให้เกิดการแสดงใช้สื่อมวลชนดู ในงานประจำปีของวัด และเริ่มกลับมาละเล่นอีกครั้งเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับงบประมาณสนับสนุนจากงบพัฒนาจังหวัด และจัดงานเป็นประจำทุกปี

Advertisement