เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. ผู้สี่อข่าวรายงานว่า พระโสภณ วิสุทธิคุณ (หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก) เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรม ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เป็นพระนักเทศน์-นักพัฒนา ผู้มีศีลาจารวัตรงดงามเป็นเนื้อนาบุญของชาวพุทธศาสนิกชน ซึ่งมีศิษยานุศิษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อเวลา 15.39 น. วันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่กุฏิวิเวกวัฒนาทร ณ วัดป่าวิเวกธรรม สิริอายุ 89 ปี 68 พรรษา โดยมีพระครูธรรมาภิสมัย ดร.เลขานุการ จจ.ขอนแก่น พระครูสุธีจริยวัฒน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.อส.) นพ.เสกสรร สุวรรณแพง รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.ขอนแก่น พร้อมคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่บุญเพ็งจำนวนมากได้เข้ามากราบไหว้สรีรสังขารของท่านที่อยู่ในโรงเย็นที่ตั้งอยู่ในกุฏิวิเวกวัฒนาทร

นพ.เสกสรรกล่าวว่า หลวงปู่บุญเพ็งท่านมีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้อาพาธมาเป็นระยะๆ นอกจากนี้ท่านอายุได้ 89 ปี จึงได้อาพาธหนักเมื่อ 10 เม.ย.2560 โดยเริ่มมีอาการปอดอักเสบหายใจไม่สะดวก ท่านได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติการใส่ท่อช่วยหายใจ หรือช่วยกู้ชีพ พร้อมแจ้งศิษยานุศิษย์ที่เป็นคณะแพทย์ รพ.ขอนแก่น ว่า ไม่มีความประสงค์ที่จะมารักษาพยาบาลใดๆ ที่โรงพยาบาลแต่ต้องการอยู่ที่วัด ดังนั้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาได้มีคณะแพทย์ รพ.ขอนแก่น พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์มารักษาท่านอยู่ที่กุฏิของท่านเหมือนโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกุฏิของท่าน ซึ่งจะมีอาการขึ้นๆลงๆ บางช่วงรู้ตัวพูดได้ โดยบอกว่าไม่ต้องทำอะไรท่านมาก และท่านก็อยู่ในการรักษาของแพทย์นานหลายเดือน และช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาคณะแพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะคณะแพทย์เห็นท่านมีอาการปอดอักเสบ และมีเสมหะอุดตัน ถ้าไม่ใส่ท่อช่วยหายใจอาจจะมรณภาพตั้งแต่วันนั้น เมื่อได้ใส่ท่อช่วยหายใจประมาณ 3-4 วัน โดยให้อาหารทางสายยาง หลังจากถอดท่อช่วยหายใจก็ได้ทรุดลงไปตามลำดับ มาจากโรคเบาหวาน ความดันสูง เมื่อสูงวัย และเป็นโรคชราด้วยอาการปอดอักเสบอีกด้วย กระทั่งเมื่อเวลา 15.39 น. วันที่ 17 ธ.ค.2560 หลวงปู่บุญเพ็งได้ละสังขารอย่างสงบในกุฏิของท่าน

พระครูธรรมาภิสมัย ดร.เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เวลา 13.00 น.วันเดียวกัน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ พร้อมศิษยานุศิษย์ จะนำสรีรสังขารของหลวงปู่บุญเพ็งจากกุฏิวิเวกวัฒนาทรไปตั้งที่ศาลาขันตยาคมานุสรณ์ เพื่อทำพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพหลวงปู่บุญเพ็งในเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน จากนั้นจะเป็นสถานที่สวดอภิธรรมหลวงปู่บุญเพ็งแบบไม่มีกำหนด เพราะพิธีบำเพ็ญกุศลสรีรสังขารของหลวงปู่บุญเพ็งจะต้องประชุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ จังหวัดขอนแก่น รพ.ขอนแก่น พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประชุมปรึกษาหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ประวัติพระโสภณ วิสุทธิคุณ หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก หลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก หรือพระโสภณ วิสุทธิคุณ เมื่อเอ่ยถึงชื่อนี้ ชาวจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะนักปฏิบัติธรรม ภาวนาจิต ต่างรู้จักชื่อเสียงของท่านเป็นอย่างดี นอกจากหลวงปู่บุญเพ็งจะเป็นพระที่มีชื่อเสียงด้านการแสดงพระธรรมเทศนา อบรมภาวนา ให้กับประชาชนทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว ท่านยังมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะพัฒนากิจการด้านของสงฆ์ให้เจริญรุดหน้าไปพร้อมๆ กับสังคมปัจจุบัน อีกทั้งยังได้บริจาคทุนทรัพย์ก่อสร้างอาคารเรียน บริจาคครุภัณฑ์ทางการแพทย์ต่างๆ มากมาย ผู้เขียนจึงอยากหยิบยกเอาเรื่องราวชีวประวัติของหลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก มาเผยแพร่คุณงามความดีบารมีการสร้างบุญกุศลของท่านให้คนทั่วไปได้ทราบกัน
หลวงปู่บุญเพ็ง กปฺปโก ปัจจุบันอายุ 89 ปี เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2471 ที่บ้านบัวบาน ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เป็นบุตรของนายเอี่ยม-นางคง เหล่าหงษา มีพี่น้องร่วมท้อง 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน การศึกษา หลวงปู่บุญเพ็งเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่านไม่มีโอกาสได้ศึกษาต่อเพราะครอบครัวยากจนต้องช่วยครอบครัวทำนา เมื่อท่านมีอายุ 21 ปี จึงได้มีโอกาสออกบวช ก่อนอุปสมบทท่านได้ทดแทนคุณบิดามารดาด้วยการสร้างบ้านให้บิดามารดาด้วยตัวท่านเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่หาไม้ อุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการก่อสร้างจนกระทั่งบ้านแล้วเสร็จเป็นหลังเข้าอยู่อาศัยได้
หลวงปู่บุญเพ็งอุปสมบทเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2492 ณ วัดศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น โดยมีพระครูพิศาลสารคุณเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูคุมภีรนิเทศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2494 หลังอุปสมบทได้ 2 พรรษา ท่านได้เดินทางไปศึกษาปริยัติธรรมและพำนักยังวัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา จนได้วิทยฐานะนักธรรมโท พ.ศ.2503 ท่านได้เดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ จำพรรษาและศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงปู่สิม พุทธาจาโร ณ วัดป่าสันติธรรม หลังจากจำพรรษาได้ 1 ปี จึงย้ายไปอยู่กับหลวงปู่ตื้อ อจลธมโม ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และได้มีโอกาสออกธุดงค์ตามป่าเขาในภาคเหนือหลายแห่ง จนถึง พ.ศ.2507 จึงได้เดินทางกลับจังหวัดขอนแก่น จากนั้นได้เดินทางไปเทศน์ที่จังหวัดสงขลาจนเป็นที่ประทับใจยิ่งของญาติโยมจากวัดอโศการามซึ่งไปร่วมฟังธรรม จึงได้กราบอาราธนาท่านไปจำพรรษาที่วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2509
พ.ศ.2501 หลวงปู่บุญเพ็งได้จำพรรษาที่วัดพระศรีมหาธาตุ ตามคำบัญชาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมมธโร) และได้อบรมจิตภาวนาให้แก่ญาติโยม พุทธบริษัทสลับกับที่วัดอโศการามหลายพรรษาติดต่อกัน หลังจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (พิมพ์ ธมมธโร) มรณภาพในปี พ.ศ.2517 และเสร็จงานศพ ในเดือนเมษายน 2518 แล้ว หลวงปู่บุญเพ็งจึงได้เดินทางกลับไปจำพรรษาที่วัดป่าวิเวกธรรม จังหวัดขอนแก่น อีกครั้งหนึ่ง และเมื่อพระพี่ชายของท่าน (พระครูศีลสารวิมล) ลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่บุญเพ็งจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2518 ขณะที่ท่านอายุได้ 48 ปี
วัดป่าวิเวกธรรมตั้งอยู่เลขที่ 181 ม.4 ถ.ศรีจันทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดิมเป็นป่าช้า ชาวบ้านเรียกว่าป่าช้าวัดป่าเหล่างา หลวงปู่สิงห์ ขนตยคโม มาสร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2471 ครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงหลายองค์ล้วนแต่เคยมาพำนักอยู่ที่วัดแห่งนี้
ด้วยความที่มีสายเลือดของนักพัฒนาอยู่ในตัวอย่างเต็มร้อย แม้ท่านจะครองตนอยู่ภาคของสงฆ์ หลวงปู่บุญเพ็งได้สร้างกุฏิหลังแรกด้วยตัวท่านเอง สร้างเสร็จในปี 2523-2524 พอกุฏิแล้วเสร็จท่านก็เริ่มอบรมภาวนาให้แก่ศิษย์ที่เป็นข้าราชการในหลายหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่ 20.30-22.00 น.ทุกวัน จะมีญาติโยมบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่จะมานั่งสมาธิ หรือนั่งภาวนาจิต ที่ศาลาหลวงปู่บุญเพ็งจำนวนมากเต็มศาลาทุกวัน โดยศาลาดังกล่าว หลวงปู่ได้ก่อสร้างศาลาขันตยาคมานุสรณ์ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญกุศลไว้รองรับญาติโยมที่มาปฏิบัติธรรม ซึ่งการก่อสร้างก็ไม่ได้หรูหราเกินความจำเป็น หากยึดหลักความเรียบง่ายเหมาะแก่ประโยชน์ใช้สอย นอกจากนี้ยังได้รวบรวมปัจจัยก่อสร้างพระอุโบสถที่ใช้ประกอบพิธีสงฆ์ สร้างรั้วและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมายที่ปรากฏอยู่ในวัดป่าวิเวกธรรมในปัจจุบันสำเร็จลุล่วงด้วยดี
ด้วยหลวงปู่บุญเพ็งมีชื่อเสียงในด้านอบรมภาวนาจิต มีลูกศิษย์เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้ผู้คนจากทั่วทุกทิศที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในด้านศาสนา โดยเฉพาะการนั่งภาวนาอธิษฐานจิตเป็นประจำทุกวัน ทำให้ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น เดินทางไปนั่งภาวนาภายในศาลาที่ทางวัดได้จัดให้เพิ่มมากขึ้นทุกวัน และนอกจากจะมีการเผยแพร่อบรมภาวนาจิตให้กับลูกศิษย์ภายในประเทศแล้ว ในปี พ.ศ.2542 หลวงปู่บุญเพ็งได้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเผยแพร่อบรมภาวนาแก่พุทธบริษัทที่วัดพุทธรัตนาราม เมืองเคเลอร์ รัฐเท็กซัส และวัดภูริทัตตวนาราม เมืองออนทาริโอ แคริฟอร์เนีย และที่เมืองคาร์สันซิตี้ รัฐนาวาดา ปี พ.ศ.2543 เดินทางไปประเทศสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) อบรมภาวนาแก่พุทธบริษัทที่วัดอมราวดี วัดชิทเฮิร์ตตส และวัดสังฆทาน เบอร์มิงแฮม แห่งละ 1 สัปดาห์
ประกอบกับความเป็นนักบุญที่ต้องการพัฒนาสังคม ช่วยเหลือสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง หลวงปู่ยังได้ให้ความช่วยเหลือสังคมในด้านสาธารณสุข ด้วยการบริจาคครุภัณฑ์ทางการแพทย์ประจำปี 2542-2544 ใช้ประจำห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น อาทิ เครื่องวัดคลื่นหัวใจ เครื่องไตเทียม เครื่องกระตุกหัวใจ รวมมูลค่า 8,000,000 บาท ปี 2545-2546 มอบเครื่องครุภัณฑ์ทางการแพทย์ประจำห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อาทิ เครื่องวัดคลื่นหัวใจ เครื่องไตเทียม รวมมูลค่า 1,200,000 บาท ปี 2547 มอบเครื่องผ่าตัดให้โรงพยาบาลมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม เครื่องไตเทียม 600,000 บาท ตั้งกองทุนไตเทียมรวมเป็นเงิน 2,000,000 บาท (อันดับทุนที่ 6951 รหัสตั้งทุน 7084) ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหลวงปู่บุญเพ็งยังได้ริเริ่มก่อสร้าง “อาคารรังสีรักษา หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก” ตั้งอยู่ปากทางเข้าวัดป่าวิเวกธรรม ตรงข้ามเรือนจำกลางขอนแก่น ถ.ศรีจันทร์ ให้กับโรงพยาบาลขอนแก่นอีกด้วย
ด้านการศึกษา หลวงปู่บุญเพ็งได้จัดตั้งมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ 001146 รวมเป็นเงิน 2,000,000 บาท บริจาครถโดยสารขนาด 40 ที่นั่ง เพื่อรับส่งพระนักศึกษา เพื่อใช้ในกิจการของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เขตอีสาน จัดตั้งมูลนิธิพระครูวิเวกวัฒนาทร (บุญเพ็ง กปฺปโก) เพื่อบำรุงการศาสนศึกษา และส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนาเป็นเงิน 2,000,000 บาท บริจาคเครื่องขยายเสียงพร้อมอุปกรณ์แก่ทัณฑสถานจังหวัดขอนแก่น เป็นเงิน 40,000 บาท ปี 2545 ก่อสร้างอาคารเรียน โรงเรียนบ้านโจดบัวบาน เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมหาสารคาม บริจาคให้มูลนิธิวัดศรีจันทร์ 2,000,000 บาท จนได้รับการเสนอขอปริญญากิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยให้หลวงปู่บุญเพ็ง

