หน้าแรก ภูมิภาค เหลือเชื่อ! &...

เหลือเชื่อ! ‘แจ้งตายผิด’ โร่ร้องนายอำเภอขอชีวิตคืน หลังญาติทำพิธีทางศาสนาแล้ว

19.12.17 | 15:09 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายสว่าง ไกรษี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย พร้อมด้วย นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี นักการภารโรง ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย นายนครชัย พิมพ์กลาง อายุ 33 ปี นายบุญหลาย พาชื่น อายุ 59 ปี และญาติพี่น้องได้นำตัว นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า นายสาคร ถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้าย ยืนยันว่า ได้ตรวจสอบแล้วยืนยันว่า เป็นนายสาครที่เป็นลูกบ้านของตนจริง ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ นายสว่าง ไกรษี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้าย นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี นักการภารโรง ร.ร.บ้านเหล่าฝ้ายและญาติพี่น้องได้นำตัว นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี หนุ่มที่ถูกคิดว่าเสียชีวิตและเผาศพไปแล้ว เดินทางไปพบกับ นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ และนายเฉลิม ณิชกุล ปลัดอาวุโส นางทองพูน ไวยพันธ์ ปลัดอำเภอ ฝ่ายทะเบียน อำเภอโนนคูณ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายสว่าง และนายวีระศักดิ์ ได้รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้นายอำเภอโนนคูณและคณะได้ทราบอย่างละเอียด พร้อมทั้งนำเอาหลักฐานหนังสือรับรองการตายและใบมรณบัตร ที่เป็นชื่อของนายสาคร มาให้ตรวจสอบหลักฐาน

นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ คือ ตนดีใจที่นายสาครยังไม่ตายและกลับมาสู่อ้อมกอดของครอบครัวญาติพี่น้อง ในส่วนของการดำเนินการช่วยเหลือนั้น ตนได้มอบหมายให้ ปลัดอาวุโส และปลัดฝ่ายทะเบียน เร่งดำเนินการให้การช่วยเหลือนายสาครตามระเบียบกฏหมายอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยให้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อม ญาติพี่น้องพ่อแม่ ญาติมิตร เพื่อเป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมายในการเพิ่มชื่อ จากนั้น จะรายงานไปยังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เพื่อให้คืนสิทธิ์ และจะแจ้งไปยังสำนักงานเขตที่ออกใบมรณบัตรเพื่อให้ยกเลิก เนื่องจากแจ้งผิดพลาด โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อความสบายใจของนายสาครและญาติพี่น้องต่อไป

ทางด้าน นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี หนุ่มใหญ่ที่ถูกหาว่าเสียชีวิตและเผาแล้วกล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้รับการช่วยเหลือจากนายอำเภอโนนคูณและคณะ เพื่อให้ตนกลับมามีชีวิตอีกเช่นเดิม และตนดีใจที่ได้กลับมาบ้านและได้รับการต้อนรับจากญาติพี่น้องเป็นอย่างดี ต่อจากนี้ไปตนจะคงยังอยู่ที่บ้านเกิด เนื่องจากว่าตนมีอาการป่วยระบบประสาท ซึ่งจะต้องรอไปพบแพทย์ก่อนว่า อาการป่วยจะรักษาให้หายได้หรือไม่อย่างไร แต่ว่าช่วงนี้ตนจะทำมาหากินอยู่ที่บ้านของตนไปก่อน จะยังไม่กลับไปทำงานที่เรือประมงอีก ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือตนในครั้งนี้

Advertisement