จากกรณีนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์หลังจากทางญาติได้รับแจ้งจากตำรวจ สน.นางเลิ้งระบุว่าเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อในทางเดินอาหารที่กรุงเทพ ไปรับศพมาเผาเมื่อ 7 เดือนก่อน ต่อมานายสาครได้ปรากฎตัวขึ้นว่ายังคงมีชีวิตอยู่โดยไปรับจ้างเป็นลูกเรือประมงที่ภาคใต้ ซึ่งบัตรประชาชนของนายสาครนั้น ได้ถูกชาวเมียนมาแย่งบัตรประชาชน จึงไปแจ้งหายเพื่อขอทำใหม่นั้น โดยนายส
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้งเจ้าของคดี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ สน.นางเลิ้ง ตนจึงไปตรวจสอบพบศพชายนอนหงายสภาพถอดเสื้ออยู่บนพื้นที่นอน ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย และไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นในห้อง จากการตรวจหาหลักฐานภายในห้องพบเพียงสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 แผ่นที่ระบุชื่อ นายสาคร สาชีวะ ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้พบบัตรประจำตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ระบุชื่อนายสาคร สาชีวะ ขณะที่ไม่พบหลักฐานอื่นหรือบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ส่วนการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่รู้จักกับผู้ตายก็ยืนยันว่าผู้ตายชื่อนายสาคร จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลวชิระ มาตรวจสอบและนำศพไปชันสูตรซึ่งยืนยันเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร จากนั้นได้ตรวจสอบชื่อและเลข 13 หลักในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ก็ตรงกับทะเบียนราษฎร์ จึงประสานญาติให้มารับศพ โดยยืนยันทุกอย่างทำตามขั้นตอนทุกประการ
ร.ต.ท.วีระยุทธ กล่าวต่อว่า ภายหลังทราบข่าวว่านายสาคร สาชีวะ ออกมาแสดงตัวว่ายังมีชีวิตอยู่ ตนจึงรายงานถึงผู้บังคับบัญชา และได้ลงพื้นที่ไปสอบพยานเพิ่มเติมทันที โดยวันนี้ได้ไปตรวจสอบเอกสารการสมัครงานของผู้ตายที่บริษัทพนักงานรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง ก็พบว่าเอกสารการสมัครงานก็ใช้ชื่อนายสาคร สาชีวะ ซึ่งมาสมัครงานเป็น รปภ.ตั้งแต่ปี 2558 จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นอาจเป็นการนำชื่อนายสาครไปสวมสิทธิ ซึ่งจากนี้พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง อยู่ระหว่างดำเนินการ 2 แนวทาง คือทางหนึ่งให้นายสาครตัวจริงมาแจ้งความร้องทุกข์ว่าถูกนำเอกสารไปใช้ปลอมแปลง กับอีกทางหนึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายที่เผาไปแล้วนั้นเป็นใคร ซึ่งอาจต้องประสานนำเถากระดูกกลับมาพิสูจน์ด้วย รวมทั้งจะนำแผ่นพิมพ์มือผู้ตายมาตรวจสอบเปรียบเทียบด้วย.

