วันที่ 20 ธันวาคม นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวถึงกรณีนายสุกิจพงษ์ วงค์ทะกัน เจ้าพนักงานทางหลวง สถานีตรวจสอบน้ำหนักทองแสนขัน สำนักงานควบคุมน้ำหนักยานพาหนะ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พร้อมกำลังนำเครื่องชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่ตรวจจับรถบรรทุกอ้อยที่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา จนสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าของสวนและรถบรรทุกอ้อย ด้วยการนำรถบรรทุกอ้อยมากกว่า 50 คันมาทำการปิดถนนสาย 11 อุตรดิตถ์-พิษณุโลกให้การจราจรขึ้นเหลือและลงใต้ติดขัด ก่อนที่ทางจังหวัด ตำรวจ ทหารต้องเจรจากับกลุ่มเจ้าของรถบรรทุกอ้อยและเจ้าของสวน สุดท้ายเจ้าหน้าที่ควบคุมน้ำหนักยอมผ่อนปรนให้รถบรรทุกอ้อยวิ่งบนถนนหลวงได้ด้วยน้ำหนักที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากชาวไร่ที่ปลูกอ้อยจาก จ.สุโขทัยและอุตรดิตถ์ ต้องนำมาเข้าโรงงานที่ จ.อุตรดิตถ์ ถนนหลวงถนนท้องถิ่นที่รถบรรทุกอ้อยวิ่งผ่านจะมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเสียหายอย่างหนัก หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องนำงบประมาณมาซ่อมแซมปีละหลายสิบหลายร้อยล้านบาท เจ้าของโรงงานที่รับอ้อยจากชาวสวนไม่เคยที่จะดูแลหรือนำงบประมาณที่ได้จากกำไรมาซ่อมแซมหรือดูแลชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย หน่วยงานใดก็ตามที่ไม่ใช่กรมทางหลวงไม่สามารถกำหนดข้อผ่อนปรนให้รถบรรทุกทุกชนิดที่บรรทุกน้ำหนักเกินวิ่งบนถนนได้ แต่ที่ผ่านมามีอดีตผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขนส่ง จ.อุตรดิตถ์ กลับกำหนดเงื่อนไขให้รถบรรทุกอ้อยที่บรรทุกน้ำหนักเกินสามารถวิ่งบนถนนหลักได้
“หลังเจ้าของรถบรรทุกอ้อยและชาวไร่อ้อยปิดถนนสาย 11 เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น นายเสฐียรพงษ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์คนปัจจุบันต้องเข้าเจรจาถือว่าเป็นกลายเป็นเผือกร้อนที่อดีตผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์รายหนึ่งได้ทำขึ้น โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุกอ้อยเลย ผมจึงร้องเรียนอดีตผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์มาตรา 157 ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีปล่อยให้รถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกินวิ่งบนถนนได้ โดยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง โดยร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนถึงวันนี้ผ่านไปแล้วกว่า 1 ปีเรื่องก็เงียบไปเฉยๆ จึงอยากให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง บ้านเมืองต้องมีมาตรฐานเดียว และต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกันด้วย ไม่ใช่มีสองมาตรฐานเหมือนปัจจุบันนี้ อย่าทำอะไรประเภทปากว่าตาขยิบ เพราะมีผลประโยชน์เข้ามาบังตาเอาไว้”นายสิทธิชัย

