ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ ซึ่งชาติคิดว่าเสียชีวิตและได้จัดงานเผาศพไปแล้วได้เข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนเพื่อขอให้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและขอคืนชีวิตเพราะถูกตัดชื่อออกจากทะเบียนราษฎร์และถูกแจ้งว่าเสียชีวิตไปแล้ว และล่าสุดได้เดินทางเข้าพบนายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณ และนายเฉลิม ณิชกุล ปลัดอาวุโส นางทองพูน ไวยพันธ์ ปลัดอำเภอ ฝ่ายทะเบียน อ.โนนคูณ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้เร่งดำเนินการสอบสวนให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 20 ธันวาคมน.ส.กาญจนา ทองสิงห์ นักวิชการแรงงานชำนาญการ รักษาราชการแทนประกันสังคม จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่าได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจ่ายเงินประกันสังคมให้กับญาตินายสาคร จำนวน 90,000 บาท มาหารือและจากข้อมูลพบว่า นายสาคร ได้เคยไปทำงานในสถานที่หลายแห่งโดยล่าสุดไปทำงานในเรือประมง ซึ่งเมื่อมีการแจ้งว่า นายสาคร เสียชีวิตแล้ว ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ จึงได้จ่ายเงินให้แก่ญาติของนายสาครไปจำนวน 2 รายการคือ เงินค่าทำศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์ตาย จำนวน 21,999.80 บาทและเงินกรณีบำเหน็จชราภาพ จำนวน 28,222 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 90,000 บาท โดยจ่ายเงินให้กับนางศรี ที่เป็นมารดาของนายสาคร ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์รับเงินทดแทนไปแล้ว และเมื่อมีการพบว่า นายสาคร ยังมีชีวิตอยู่ ก็จะต้องมีการเรียกเงินคืนจากนางศรี เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท เพื่อส่งคืนให้กับกองทุนประกันสังคมเพื่อให้ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะว่าสิทธิ์ของเงินประกันสังคมนั้นจะให้เฉพาะผู้ที่เป็นทายาทตามกฏหมายเท่านั้น ซึ่งล่าสุดได้ส่งเจ้าหน้าที่ประกันสังคมไปชี้แจงและความเข้าใจกับครอบครัวนายสาครเรียบร้อยแล้ว
“ขณะนี้นายสาครและญาติยังไม่มีเงินทั้งหมดมาคืนให้ ซึ่งก็ขะเชิญนายสาครมาเจรจาโดยต้องดูว่า นายสาครและญาติพี่น้องมีรายได้เท่าไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว จะสามารถมีเงินเหลือจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคมได้เดือนละเท่าไร ซึ่งนายสาครจะต้องจ่ายเงินคืนให้เพราะว่าเป็นกฎหมายที่จะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”น.ส.กาญจนากล่าว
นายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี พี่เขยนายสาคร และเป็นผู้ที่จัดงานศพให้กับชายที่เข้าใจว่าเป็นศพของนายสาคร กล่าวว่า ตนเสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพให้กับนายสาครไปเป็นเงินรวมแล้วประมาณ 140,000 บาท และได้ใช้จ่ายเงินที่ได้รับมาไปทำบุญให้กับนายสาครไปหมดแล้ว และยินดีจ่ายเงินคืนให้ประกันสังคมแม้ว่าฐานะจะยากจนมาก โดยจะขอผ่อนผันชำระให้เท่าที่จะทำได้

