เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรอุดรธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตรวจภูธรอุดรธานี ร่วมหารือกับทีมศูนย์ความปลอดภัยทางถนน ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย ถุงเป้า รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, นายไกรสอนแจ่มหอม นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานขนส่งอุดรธานี และ น.ส.เจนจิรัสตา วงษ์ปทุม สำนักงานสาธารณสุขอุดรธานี ในการกำหนดมาตรการเข้มตรวจวัดแอลกอฮอล์กับผู้ขับขี่รถทุกชนิด และผู้ประสบอุบัติเหตุบนถนนทุกราย ในช่วง 7 วันอันตราย ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม – 3 มกราคม หลังพบว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน 53% เกิดจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยแผนปฏิบัติการนี้มีชื่อว่า “ตีปีกแมงขี้นาก” ที่เปรียบเทียบคนขับขี่รถด้วยความเมา เป็นตัวแมงขี้นากตัวแสบ ออกมาก่อกวนสร้างความเดือดร้อน จึงต้องตีปีแมงขี้นากให้บินไม่ได้ โดยสถานีตำรวจทุกแห่งจะได้รับเครื่องเป่าตรวจแอลกอฮอล์จากป้องกับบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี แบบมีพริ้นท์เอ้าท์อย่างน้อย 1 เครื่อง โดยมีอยู่ 50 เครื่อง และเครื่องแบบเบื้องต้นอย่างน้อย 2 เครื่อง โดยมีอยู่แล้ว 100 เครื่อง ใช้เป่าตรวจผู้ขับขี่กลุ่มเสี่ยง พร้อมจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว 1-2 ชุด ไปให้การสนับสนุนด่านชุมชน ที่จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยอุดรธานี ยังสนับสนุนเครื่องเป่าตรวจแอลกอฮอล์ แบบมีพริ้นท์เอ้าท์ไปประจำอยู่โรงพยาบาลทุกแห่ง เพื่อใช้ตรวจผู้ขับขี่รถที่ประสบอุบัติเหตุ รวมทั้ง คู่กรณีอย่างเท่าเทียมกัน โดยให้พนักงานสอบสวนทำบันทึกคำสั่งให้ตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ตามแบบฟอร์มมาตรฐานกำหนดไว้แล้ว หากผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หรือบาดเจ็บ ไม่สามารถเป่าตรวจได้ ให้เจาะเลือดส่งตรวจวิเคราะห์ และมีคำสั่งให้เป่าตรวจด้วยเครื่องประจำโรงพยาบาลนั้นๆ หากผู้ถูกคำสั่งเป่าตรวจปฏิเสธ ให้ถือว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผู้บังคับการตรวจภูธรอุดรธานี กล่าวว่า นอกจากคุมเข้มจับเมาแล้วขับ ทั้งบนถนน หรือหลังเกิดอุบัติเหตุที่โรงพยาบาลอุดรธานี ยังคุมเข้มการใช้ความเร็วด้วย เนื่องจากจากเทศกาลปีใหม่เมื่อปี 2560 จ.อุดรธานี เสียชีวิตเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีอุปกรณ์ตรวจเพียง 1 เครื่อง ปีนี้เรามีความพร้อมขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นจุดตรวจจับความเร็วบนถนนมิตรภาพ อุดรธานี-ขอนแก่น และถนนนิตโยอุดรธานี-สกลนคร ยังมีเครื่องแบบโมบายที่รับการสนับสนุนจาก สำนักงานขนส่งอุดรธานี 3 เครื่อง และของสำนักงานขนส่งอุดรธานี 1 เครื่อง ก็จะออกตรวจจับบนทุกเส้นทางเช่นกัน



