เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม เครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำโดยนายหลี สาเมาะ อดีตกำนัน ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ทุกตำบลใน อ.เทพา และกลุ่มพลังมวลชน ได้มีการรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ลานวัฒนธรรม หน้าที่ว่าการอำเภอเทพา
รายงานข่าวแจ้งว่า แกนนำแต่ละกลุ่ม อาทิ ชมรมผู้นำศาสนาอิสลาม ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มชั่งหัวมัน และอื่นๆ ได้ขึ้นแสดงตนบนเวทีและประกาศเจตนารมณ์ในการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และออกแถลงการณ์เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีผ่านนายอำเภอเทพา เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งการให้สร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเป็นความต้องการของคน อ.เทพา
โดยรายละเอียดของแถลงการณ์เครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายต่างๆ ใน อ.เทพา ประกอบด้วย กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 7 ตำบล องค์กรภาคประชาชน ชมรม สมาคม และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ 66 องค์กร มีสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน ขอแถลงจุดยืนในการสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปากบาง อ.เทพา เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ และประชาชนทั้งประเทศ
“ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ที่ กฟผ.เข้ามาพูดคุยถึงโครงการโรงไฟฟ้า ใน ต.ปากบาง อ.เทพา ชาวเทพาได้รับฟังทั้งข้อดี ข้อเสีย และแนวทางแก้ไขผลกระทบต่างๆ ซึ่งเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่า ชาวเทพาส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน รวมทั้งได้มีการปรึกษาหารือร่วมกับ กฟผ.ในแก้ไขปัญหา ข้อวิตกกังวลต่างๆ จนเป็นที่พอใจในระดับหนึ่ง และเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา กำนัน นายก อบต. และเครือข่ายทุกตำบล ได้ประชุมและมีมติร่วมกันอีกครั้งว่า สนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอำเภอเทพา”

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGO นอกพื้นที่ได้แอบอ้างชื่อคนเทพาไปให้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ถูกต้องต่อสังคม ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน และสับสนว่า คนเทพาเห็นด้วยหรือไม่กับการสร้างโรงไฟฟ้า ในวันนี้ชาว อ.เทพานับพันคน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 66 องค์กร จึงมารวมพลัง เพื่อยืนยันต่อสังคม และเรียกร้องต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วน 3 ข้อ ดังนี้
“ขอให้รัฐบาลฟังเสียงชาวเทพาในการตัดสินใจโครงการโรงไฟฟ้าเทพา เพราะเราเป็นผู้ได้รับผลกระทบอยู่ในพื้นที่ กฟผ. ในฐานะเจ้าของโครงการจะต้องให้คำมั่นเป็นสัญญาประชาคม ในการสนับสนุนการพัฒนาของอำเภอเทพาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่พื้นที่ ที่จะต้องโยกย้าย จะต้องได้รับการดูแล ชดเชย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ศาสนสถาน มัสยิด กุโบร์ และวัดจะต้องไม่ได้รับการกระทบกระเทือน โรงเรียนปอเนาะ จะต้องจัดพื้นที่และสถานที่ซึ่งดีกว่าเดิม เพื่อเป็นหลักประกันว่า ลูกหลานของชาวเทพาจะได้เล่าเรียนทั้งด้านศาสนา และวิชาการอย่างมีคุณภาพ สืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันดีงามของชาวเทพา
ขอเรียกร้องให้กลุ่มต่างๆ หรือ NGO นอกพื้นที่ เคารพสิทธิของชาวเทพา และยุติการบิดเบือนในการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงแก่สังคม เช่น การบอกว่าชาวประมงออกไปหาปลาไม่กี่ชั่วโมงก็ขายได้เงินเป็นพันๆ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะคนเทพารู้ดีว่าการทำประมงไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างที่กล่าวอ้าง จึงขอให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี ยุติ สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ เพราะคนเทพาที่แท้จริงมีความเป็นหนึ่งเดียว คือทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาวเทพา
ขอให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ตัดสินใจโครงการโรงไฟฟ้าเทพาโดยเร็ว ภายใน 45 วัน โดยรับฟังเสียงอันแท้จริงของคนเทพา เพราะชาวเทพารอมา 4 ปี แล้ว และเราพร้อมจะเดินหน้าในทุกทาง เพื่อขอคำตอบจากรัฐบาลต่อไป การแสดงพลังของคนเทพาในวันนี้ เพื่อบอกว่าบ้านของเรา เราดูแลกันเองได้ เราอยากเห็นบ้านเกิดของเรามีการพัฒนาให้ดีขึ้น ลูกหลานได้อยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องไปทำมาหากินที่อื่น และจะพัฒนา อ.เทพา เป็นประตูเชื่อมความเจริญไปสู่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ อ.เทพา ซึ่งมีของดีอยู่มากมาย กลายเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองพัก ที่ไม่ใช่เมืองผ่าน อีกต่อไป”
“ขอให้เสียงของพวกเรา ชาว อ.เทพา นับพันคนที่มาชุมนุมในวันนี้ เป็นเสียงที่ดังไปถึงรัฐบาล ดังไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ดังไปถึงคนไทยทั้งประเทศว่า ชาวเทพาต้องการการพัฒนา เราจะเดินหน้า เพื่อขอคำตอบจากรัฐบาลภายในเวลา 45 วัน และเราจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป”

