หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายคนเท...

เครือข่ายคนเทพา หนุนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร้อง ‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 สั่งการ-ขอคำตอบใน 45 วัน

21.12.17 | 21:05 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธันวาคม เครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำโดยนายหลี สาเมาะ อดีตกำนัน ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ทุกตำบลใน อ.เทพา และกลุ่มพลังมวลชน ได้มีการรวมตัวกันเพื่อสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ที่ลานวัฒนธรรม หน้าที่ว่าการอำเภอเทพา

รายงานข่าวแจ้งว่า แกนนำแต่ละกลุ่ม อาทิ ชมรมผู้นำศาสนาอิสลาม ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มชั่งหัวมัน และอื่นๆ ได้ขึ้นแสดงตนบนเวทีและประกาศเจตนารมณ์ในการสนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และออกแถลงการณ์เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีผ่านนายอำเภอเทพา เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งการให้สร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเป็นความต้องการของคน อ.เทพา

โดยรายละเอียดของแถลงการณ์เครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายต่างๆ ใน อ.เทพา ประกอบด้วย กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 7 ตำบล องค์กรภาคประชาชน ชมรม สมาคม และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ 66 องค์กร มีสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน ขอแถลงจุดยืนในการสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปากบาง อ.เทพา เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ และประชาชนทั้งประเทศ

“ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ที่ กฟผ.เข้ามาพูดคุยถึงโครงการโรงไฟฟ้า ใน ต.ปากบาง อ.เทพา ชาวเทพาได้รับฟังทั้งข้อดี ข้อเสีย และแนวทางแก้ไขผลกระทบต่างๆ ซึ่งเป็นที่ปรากฏชัดเจนว่า ชาวเทพาส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน รวมทั้งได้มีการปรึกษาหารือร่วมกับ กฟผ.ในแก้ไขปัญหา ข้อวิตกกังวลต่างๆ จนเป็นที่พอใจในระดับหนึ่ง และเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา กำนัน นายก อบต. และเครือข่ายทุกตำบล ได้ประชุมและมีมติร่วมกันอีกครั้งว่า สนับสนุนให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอำเภอเทพา”

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม NGO นอกพื้นที่ได้แอบอ้างชื่อคนเทพาไปให้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่ถูกต้องต่อสังคม ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน และสับสนว่า คนเทพาเห็นด้วยหรือไม่กับการสร้างโรงไฟฟ้า ในวันนี้ชาว อ.เทพานับพันคน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายคนเทพา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 66 องค์กร จึงมารวมพลัง เพื่อยืนยันต่อสังคม และเรียกร้องต่อรัฐบาลและทุกภาคส่วน 3 ข้อ ดังนี้

“ขอให้รัฐบาลฟังเสียงชาวเทพาในการตัดสินใจโครงการโรงไฟฟ้าเทพา เพราะเราเป็นผู้ได้รับผลกระทบอยู่ในพื้นที่ กฟผ. ในฐานะเจ้าของโครงการจะต้องให้คำมั่นเป็นสัญญาประชาคม ในการสนับสนุนการพัฒนาของอำเภอเทพาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่พื้นที่ ที่จะต้องโยกย้าย จะต้องได้รับการดูแล ชดเชย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ศาสนสถาน มัสยิด กุโบร์ และวัดจะต้องไม่ได้รับการกระทบกระเทือน โรงเรียนปอเนาะ จะต้องจัดพื้นที่และสถานที่ซึ่งดีกว่าเดิม เพื่อเป็นหลักประกันว่า ลูกหลานของชาวเทพาจะได้เล่าเรียนทั้งด้านศาสนา และวิชาการอย่างมีคุณภาพ สืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันดีงามของชาวเทพา

ขอเรียกร้องให้กลุ่มต่างๆ หรือ NGO นอกพื้นที่ เคารพสิทธิของชาวเทพา และยุติการบิดเบือนในการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงแก่สังคม เช่น การบอกว่าชาวประมงออกไปหาปลาไม่กี่ชั่วโมงก็ขายได้เงินเป็นพันๆ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะคนเทพารู้ดีว่าการทำประมงไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างที่กล่าวอ้าง จึงขอให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี ยุติ สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ เพราะคนเทพาที่แท้จริงมีความเป็นหนึ่งเดียว คือทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชาวเทพา

ขอให้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ตัดสินใจโครงการโรงไฟฟ้าเทพาโดยเร็ว ภายใน 45 วัน โดยรับฟังเสียงอันแท้จริงของคนเทพา เพราะชาวเทพารอมา 4 ปี แล้ว และเราพร้อมจะเดินหน้าในทุกทาง เพื่อขอคำตอบจากรัฐบาลต่อไป การแสดงพลังของคนเทพาในวันนี้ เพื่อบอกว่าบ้านของเรา เราดูแลกันเองได้ เราอยากเห็นบ้านเกิดของเรามีการพัฒนาให้ดีขึ้น ลูกหลานได้อยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องไปทำมาหากินที่อื่น และจะพัฒนา อ.เทพา เป็นประตูเชื่อมความเจริญไปสู่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ อ.เทพา ซึ่งมีของดีอยู่มากมาย กลายเมืองท่องเที่ยว เป็นเมืองพัก ที่ไม่ใช่เมืองผ่าน อีกต่อไป”

“ขอให้เสียงของพวกเรา ชาว อ.เทพา นับพันคนที่มาชุมนุมในวันนี้ เป็นเสียงที่ดังไปถึงรัฐบาล ดังไปถึงรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ดังไปถึงคนไทยทั้งประเทศว่า ชาวเทพาต้องการการพัฒนา เราจะเดินหน้า เพื่อขอคำตอบจากรัฐบาลภายในเวลา 45 วัน และเราจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป”