วันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาพุทธศาสนิกชนทุกส่วน ตลอดจนชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย ต่างพร้อมใจกันสวมชุดขาวและชุดประจำเผ่า ร่วมกันจัดงานประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุงประจำปี 2559 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้ได้จัดใหม่ขบวนแห่รัตนสัตตนัง ด้วยขบวนเครื่องสักการะบูชาขบวนช้างและขบวนม้า ขบวนกลุ่มชาติพันธุ์ 18 ชาติพันธุ์ และขบวนถือตุงที่มีความยาว 32 เมตรเพื่อต้อนรับตำนานตุงตามชื่อของดอยตุงในอดีต
การเดินขบวนนี้ เริ่มตั้งแต่โรงเรียนบ้านห้วยไคร้ใหม่ ไปถึงบริเวณวัดศาลาเชิงดอย หมู่ที่ 6 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย ก่อนจะเดินสู่พระธาตุดอยตุงเป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน และยังมีการแสดงจาก 4 ชาติที่ไปแสดงที่งานมหกรรมวัฒนธรรมวิถีถิ่น วิถีไทย การแสดงซอพื้นเมืองล้านนา ตลอดงานมีพิธีตักน้ำทิพย์ สมโภชน้ำทิพย์ สืบชะตารวมพลคนปีกุนเนื่องจากเป็นพระธาตุประจำปีกุน ก่อนจะมีพิธีการสรงน้ำและสักการะพระธาตุในวันที่ 22 มีนาคม อีกวันหนึ่ง
นายประจญ เปิดเผยว่า พระธาตุดอยตุงมีตำนานความเป็นมาที่ยาวนานและถือเป็นพระธาตุไม่กี่แห่งที่เป็นลักษณะพระธาตุคู่เพราะมีตำนานว่ามีพระอรหันต์ถึง 2 รูปที่นำพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าไปมอบให้กับกษัตริย์ที่ครองดินแดนโยนกนาคพันธุ์ในอดีตถึง 2 ครั้ง ซึ่งถือว่าหาได้ยากมากและที่ผ่านมาทั้งพุทธศาสนิกชน ประชาชนทั่วไปทั้งฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่างเลื่อมใสในองค์พระธาตุ ก่อให้เกิดประเพณีการเดินขึ้นดอยตุงเพื่อนมัสการพระธาตุดอยตุงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังนั้นในปี 2559 ทางจังหวัดจึงจัดงานขึ้นให้ยิ่งใหญ่เพื่อสืบสานประเพณีมาแต่โบราณ

สำหรับพระธาตุดอยตุงมีความเป็นมาว่าพระมหากัสสปะ พระอรหันต์ครั้งพุทธกาลได้นำพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้กับพระเจ้าอชุตราช กษัตริย์องค์ที่ 3 ของอาณาจักรโยนกนาคพันธ์ ซึ่งพระเจ้าอชุตราชได้เสี่ยงทายด้วยการนำตุงยาว 7,000 วาไปปักเอาไว้เพื่อหาจุดสร้างพระธาตุก็ได้ตรงยอดดอยตุงในปัจจุบันต่อมาอีก 100 ปีมีพระอรหันต์อีกรูปนำพระบรมสารีริกธาตุมามอบให้กับพระเจ้ามังรายณะกษัตริย์ที่ครองราชสืบต่อกันมาอีก ทำให้มีการสร้างเป็นพระธาตุคู่แฝดกันมา จนปี 2470 ครูบาศรีวิชัย นักบุญล้านนาได้บูรณะทำให้พุทธศาสนิกชนพากันจัดประเพณีนี้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

