หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าอาวาสถูกต...

เจ้าอาวาสถูกตุ๋น! สูญเงิน 9 หมื่น หลังชายแต่งตัวดีขับรถพาเบิกถึงแบงก์ อ้างนำเข้าพัฒนาวัด

26.12.17 | 10:35 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ที่วัดทรายงาม บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร เพื่อพบพระครูโสภิต ชาคะระธรรม อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัดทรายงาม หลังรับแจ้งว่าพระครูโสภิต ถูกคนเข้าไปตีสนิทและหลอกเอาเงินไปจำนวน 90,000 บาท แล้วหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้

พระครูโสภิตกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีชายแต่งตัวดีอายุประมาณ 60 ปี อ้างว่าชื่อนายสรพงษ์ จันดี เป็นคนในยโสธรและชอบทำบุญ ขับรถยนต์เก๋งสีเขียวไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนสภาพเก่าเข้ามาที่วัดพร้อมเข้ามาตีสนิทกับอาตมา และแจ้งว่ามีเจ้านายที่กำลังทำโครงการพัฒนาและบูรณะวัดทั่วประเทศ โดยขณะนี้กำลังมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่ออนุมัติโครงการอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงต้องการที่จะดึงโครงการดังกล่าวมาลงที่วัดทรายงามแห่งนี้ เพื่อจะได้ทำซุ้มประตูทางเข้าวัด จำนวน 2 ซุ้ม อาตมาเห็นว่าเป็นโครงการที่ดีจึงเกิดความสนใจอยากจะได้โครงการมาพัฒนาวัด โดยบุคคลดังกล่าวได้เดินทางเข้าไปหาอาตมาที่วัดเพื่อติดตามการทำโครงการพัฒนาวัดถึง 5 วันติดต่อกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา บุคคลดังกล่าวกลับเข้าไปหาอาตมาอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่า โครงการดังกล่าวกำลังจะอนุมัติ แต่ทางวัดจะต้องมีเงินกองทุนนำไปแสดงให้ทางส่วนกลางเห็นก่อนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

“บุคคลดังกล่าวอ้างว่าได้แจ้งส่วนกลางไปแล้วว่าทางวัดมีเงินกองทุนอยู่จำนวน 300,000 บาท และถามอาตมากลับมาว่ามีเงินอยู่เท่าไรเพื่อจะได้นำเงินไปแสดงให้ครบตามจำนวน อาตมาจึงได้นำสมุดเงินฝากของอาตมาที่เก็บสะสมมาให้บุคคลดังกล่าวตรวจดูว่ามีเงินอยู่เท่าไร เพราะอาตมาก็ไม่ได้ตรวจดูสมุดเงินฝากว่ามียอดเงินอยู่เท่าไร เนื่องจากปกติเงินฝากของอาตมาจะเป็นเงินเดือนค่าตำแหน่งและเงินที่มีญาติโยมนำฝากเข้าบัญชีให้ หลังจากนั้นบุคคลดังกล่าวก็พาตนขึ้นรถเพื่อเข้าไปในตัวเมืองยโสธร และขับเข้าไปจอดที่ลานจอดรถศาลากลางจังหวัดยโสธร พร้อมกับบอกให้อาตมานั่งรอในรถ ส่วนตัวเขาจะขึ้นไปคุยกับเจ้านายที่รออนุมัติโครงการอยู่บนศาลากลางจังหวัดยโสธร สักพักบุคคลดังกล่าวกลับมาพร้อมกับบอกว่าคุยกับเจ้านายเรียบร้อยแล้ว จากนี้ต้องไปปรับสมุดเงินฝากที่ธนาคารกรุงไทย สาขายโสธร พอไปถึงธนาคารบุคคลดังกล่าวก็นำสมุดบัญชีเงินฝากของอาตมาไปปรับและบอกว่ามียอดเงินอยู่ทั้งหมด 92,000 บาท ซึ่งบอกว่ามีแค่นี้ก็เอาเดี๋ยวตนจะออกเพิ่มให้อีก 230,000 บาท เพื่อให้ครบจำนวน 300,000 บาท อาตมาจึงตกลงและเขียนใบเบิกเงินกับทางธนาคาร จำนวน 90,000 บาท เหลือติดบัญชีไว้ 2,000 บาท เมื่อได้เงินแล้วบุคคลดังกล่าวจึงนำเงินเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วพาอาตมากลับมาส่งที่วัด และบอกว่าอีกไม่กี่วันโครงการก็จะอนุมัติและจะมีเงินเข้าบัญชีของตน จำนวน 3 ล้านบาท ก่อนจะขับรถออกจากวัดไปทันที” พระครูโสภิตกล่าว

พระครูโสภิตกล่าวอีกว่า เมื่อกลับไปถึงวัดตนรู้สึกแปลกใจจึงได้นำเรื่องราวไปเล่าให้กับชาวบ้านฟัง จึงมีชาวบ้านหลายคนบอกว่าตนถูกหลอกอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นตนก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อตามเบอร์ที่บุคคลดังกล่าวให้ไว้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงมั่นใจว่าถูกหลอกอย่างแน่นอนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา โดย ร.ต.อ.ณรงค์ อาจคำพันธ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี บอกว่า หลังจากรับแจ้งความร้องทุกข์แล้วก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและประสานขอภาพวงจรปิดจากธนาคารกรุงไทย สาขายโสธร เพื่อจะได้ทราบว่าบุคคลที่มาหลอกเอาเงินผู้เสียหายเป็นใคร เพื่อจะได้สามารถออกหมายจับได้ต่อไป

Advertisement