หน้าแรก ภูมิภาค ยอมไม่ได้! คร...

ยอมไม่ได้! ครอบครัวเมยแถลงข่าวพร้อมสู้เต็มที่ ยันมีเอกสารพร้อมโต้กองทัพ (ชมคลิป)

27.12.17 | 19:20 น.

ครอบครัวน้องเมยแจงเฟสยก “น้องเมย” เสียชีวิตที่มีชื่อเสียงติด 1 ใน 30 คนทั่วโลก พ่อยืนยันอยากรู้คนทำผิด และนำเรื่องจริงมาแจงกับครอบครัว

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 27 ธันวาคม ที่ศิลาคอฟฟี่ แอนด์บริสโตร หมู่ 5 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี นายพิเชษฐ นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่และพี่สาวของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 และยังไม่สามารถสรุปผลการเสียชีวิตที่ชัดเจนได้ ครอบครัว “น้องเมย” ได้ออกมาแถลงข่าวกับสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งชี้แจงข้อข้องใจในช่วงที่ผ่านมา สำหรับกรณีที่เฟสได้มีการระบุว่า “น้องเมย” ติดใน 1 ใน 30 คนที่เสียชีวิตและมีชื่อเสียงระดับโลก โดยนางสุกัลยากล่าวว่า ตนได้รับเฟสที่ส่งต่อๆ กันมาว่าติด 1 ใน 30 คนของผู้เสียชีวิตที่มีชื่อเสียง อาจจะเป็นเพราะประชาชนให้ความสนใจน้องเมยทั้งที่เป็นคนธรรมดา หากเปรียบเทียบกับรายชื่อผู้เสียชีวิตที่มีชื่อเสียงทั้งหมด ถือว่าได้รับเกียรติอย่างมาก อย่างไรก็ตามการต่อสู้เรื่องของน้องเมยจะทำให้ถึงที่สุด เพราะหลายคนยังให้กำลังใจในการต่อสู้ต่อไป ยอมรับว่าทุกวันนี้มองเข้าไปในบ้านเห็นสิ่งของต่างๆของน้องเมย ก็ยังคิดถึงอยู่ร้องไห้ทุกคืนจนถึงตีสอง เพราะยังทำใจไม่ได้

ทางด้าน น.ส.สุพิชากล่าวว่า ส่วนการเสียชีวิตของน้องเมยนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครทำให้เสียชีวิต จึงเกิดกระแสสังคมอยากรู้อยากติดตาม ส่งผลให้น้องเมยติดอันดับ 1 ใน 30 ของผู้เสียชีวิตที่มีชื่อเสียง สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้นหลังจากแจ้งความที่ สภ.นครนายกแล้ว ทราบว่าได้มีการสอบพยานเพิ่มเติม แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริงเนื่องจากเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ส่วนการขอรับทราบผลจากการสอบสวนของกองทัพบกนั้นคาดว่าจะไปพบคณะกรรมการผู้สอบสวน เพื่อขอผลการสอบสวน อย่างไรก็ตามคงจะเหมือนกับที่แถลงไป หากถามว่าติดใจในเรื่องของการสอบสวนอะไรบ้างนั้น ติดใจในเรื่องกระดูกที่หักและมีร่างกายมีรอยช้ำ แต่ตนสามารถยืนยันได้เลยว่าไม่ได้เกิดจากการทำซีพีอาร์เกี่ยวกับซี่โครงที่ 4 หักแน่นอน ในเรื่องที่มีการอ้างว่าน้องเมยป่วยบ่อยนั้น หากย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่จะเข้ารับการศึกษานั้นได้มีการตรวจสอบร่างกายแล้วพบว่าปกติมาก ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด ซึ่งจะยกเรื่องนี้มาต่อสู้ในคดี ส่วนช่วงที่เงียบหายไปในเรื่องของน้องเมยที่ผ่านมานั้น ช่วงนั้นได้เตรียมตัวสอบพร้อมทั้งทำเรื่องของน้องเมยไปด้วย แต่ก็ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องไปเรื่อยๆ ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่ารับเงินจากกองทัพบกแล้วเรื่องจึงเงียบไป ไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด ช่วงนี้ยอมรับว่าใกล้ปีใหม่แล้วปกติทั้งครอบครัวจะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ เมื่อไม่มีน้องเมยแล้วคงต้องงดไป

นายพิเชษฐกล่าวเสริมว่า กรณีที่มีข่าวออกมาว่ารับเงินมาแล้วเรื่องจึงเงียบไปนั้น ความจริงยังไม่เคยคิดเลย คิดแต่ว่าควรจะหาคนผิดมารับโทษ และทำอย่างไรให้หาความจริงมาแจ้งกับครอบครัว คนที่ตายไปแล้วยังถูกกล่าวหาอีกว่า มีโรคประจำตัว ไม่ตั้งใจเรียน ถูกบังคับให้มาเรียน ซึ่งเป็นเรื่องไม่จริง

Advertisement

“หากจะย้อนช่วงที่เกิดเหตุวันที่ 23 สิงหาคม ได้มีการธำรงวินัย หรือภาษาที่เข้าเรียกกันว่าแดก รุ่นพี่สั่งลงโทษไปแล้วรอบหนึ่ง หลังจากนั้นได้ถามว่าอ่านหนังสือหรือยังเพราะช่วงที่กำลังจะสอบ จึงได้ให้ไปอ่านหนังสือ กลับมาอีกที 4 ทุ่ม ไม่รู้ว่าแดกกันไปนานเท่าไร รู้อีกทีไปอยู่โรงพยาบาล จปร.” นายพิเชษฐกล่าวและว่า หลังจากนั้นเมื่อน้องเมยรู้สึกตัว จึงได้ไปพบ ผบ.กองพัน 2 จึงรู้ว่าถูกปลดออกจากรุ่นพี่ และถูกตัดแต้ม 30 คะแนน จึงได้บอกไปว่า ไม่ต้องปลด ไม่ต้องตัดแต้ม เพราะน้องเมยฟื้นแล้ว แต่ที่ไหนได้เหตุการณ์เลวลงไปอีก น้องเมยถูกเล่นยาวเลย จนต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้งเหมือนกับเป็นสถานที่หลบภัยเลย ซึ่งเรื่องนี้คงยอมไม่ได้จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด คิดให้ดีพ่อจะต้องดูแลลูกเสมอ เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้คงยอมไม่ได้