หน้าแรก ภูมิภาค พระองค์ภาฯ ทร...

พระองค์ภาฯ ทรงเยี่ยม ‘ตะวันฟาร์ม’ ผู้ผ่านอบรมโครงการกำลังใจฯ จ.เชียงราย

28.12.17 | 16:58 น.

เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 28 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปยังตะวันฟาร์มและศูนย์วิสาหกิจชุมชน อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ทรงเยี่ยมผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ที่น้อมนำแนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในการดำรงชีวิตซึ่งภายหลังจากที่ได้ผ่านการอบรมจากโครงการกำลังใจฯ รุ่นที่ 6 บุคคลต้นแบบได้นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมาถ่ายทอดและช่วยบิดา ซึ่งเป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในการทำเกษตรบนที่นาของตนเอง จำนวน 1 ไร่ 3 งาน โดยทดลองทำให้เป็นรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามความเข้าใจ และให้ชื่อว่า “ตะวันฟาร์ม” หมายถึง แสงสว่าง และความรุ่งเรือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการนำความรู้มาปรับใช้ที่ตะวันฟาร์มแห่งนี้แล้ว บุคคลต้นแบบโครงการกำลังใจฯ ยังได้สมัครเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน ที่กองร้อยที่ 11 อำเภอพาน จังหวัดเชียงรายด้วย ปัจจุบันจึงใช้เวลาที่เหลือจากการเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน มาทำงานที่ตะวันฟาร์มของบิดา โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาให้ตะวันฟาร์มเป็นศูนย์เรียนรู้และวิสาหกิจชุมชนสำหรับผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงานในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในตะวันฟาร์มและวิสาหกิจชุมชน มีการทำการเกษตรแบบผสมผสาน อาทิ การฟักไข่ไก่จากตู้ฟักไข่ ซึ่งมีโอกาสการเกิดของลูกไก่ถึงร้อยละ 70 ได้ผลมากกว่าวิธีธรรมชาติที่แม่ไก่ทำการฟักไข่เอง, การเลี้ยงไส้เดือนเพื่อเป็นปุ๋ยสำหรับการทำการเกษตร ปัจจุบันการเพาะเลี้ยงไส้เดือนพันธุ์ไทเกอร์ และพันธุ์แอฟริกัน ได้รับความสนใจจากเกษตรกร เนื่องจากเลี้ยงง่ายทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และระบบฟาร์ม, การเพาะเลี้ยงปลาพันธุ์ต่างๆ อาทิ ปลาดุก ปลานิล ปลาหมอเทศ สำหรับจำหน่าย, การเลี้ยงกุ้งฝอย, การเลี้ยงหมูหลุม โดยใช้วัสดุที่มีตามธรรมชาติ, การเพาะพันธุ์ปลา และการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ วิสาหกิจชุมชนของกลุ่มอาชีพการเกษตรแบบผสมผสานแห่งนี้ เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 โดยมีบิดาของบุคคลต้นแบบโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เป็นประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 15 คน เพื่อให้สมาชิกได้มีกิจกรรมร่วมกัน สามารถนำผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคมาจำหน่าย ลดรายจ่ายในครัวเรือน พร้อมทั้งสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ซึ่งจากการดำเนินงาน สามารถก่อให้เกิดรายได้เสริมแก่สมาชิกกลุ่ม โดยเฉลี่ยประมาณครัวเรือนละ 8 พันบาทต่อปี

Advertisement